ข่าวประชาสัมพันธ์
ทหารเคียงข้างประชาชน : ฉก.พัน.ร.ที่ 1 ซ่อมแซมบ้านเรือนผู้ยากไร้ใน อ.บันนังสตา จ.ยะลา
“ทหาร... เป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส” เป็นคำกล่าวที่ไม่เพียงเป็นสโลแกน แต่สะท้อนการปฏิบัติจริงของเหล่าทหารกล้าผู้ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกย่างก้าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 หน่วยเฉพาะกิจ กองพันทหารราบที่ 1 (ฉก.พัน.ร.ที่ 1) จัดกำลังพลจากกองร้อยทหารราบที่ 1 ร่วมกับพี่น้องประชาชนในชุมชนไทยพุทธ ลงพื้นที่ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เพื่อช่วยเหลือซ่อมแซม “หลังคาบ้านพักอาศัย” ให้แก่ครอบครัวผู้ยากไร้ในพื้นที่บ้านกาโสด หมู่ที่ 5
ภารกิจครั้งนี้เกิดขึ้นจากสภาพบ้านเรือนบางหลังในชุมชนมีความทรุดโทรม โดยเฉพาะหลังคาที่เก่าและชำรุดตามกาลเวลา ส่งผลต่อความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของผู้อาศัยโดยตรง ด้วยเหตุนี้ ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจ กองพันทหารราบที่ 1 จึงไม่รีรอที่จะลงมือร่วมซ่อมแซม ให้บ้านหลังดังกล่าวกลับมามีสภาพที่มั่นคง แข็งแรง และน่าอยู่ การเข้าช่วยเหลือในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นของประชาชนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของกองทัพบกในการเป็น “กลไกเชื่อมโยง” ระหว่างรัฐกับประชาชน สร้างความเชื่อมั่นและความอบอุ่นให้กับชุมชนในพื้นที่ห่างไกล
ในบริบทของพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความท้าทายด้านความมั่นคง การที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้ามามีบทบาทเชิงสร้างสรรค์เช่นนี้ ยังช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารกับประชาชนอีกด้วย แม้จะเป็นภารกิจเล็ก ๆ ในสายตาบางคน แต่การได้เห็นเจ้าหน้าที่ทหารก้มหน้าก้มตาเปลี่ยนกระเบื้องหลังคา หยิบจับเครื่องมืออย่างตั้งใจ และหัวเราะร่วมกับชาวบ้าน ก็เพียงพอที่จะสะท้อนว่า “หน้าที่” ของทหารนั้น ไม่ได้มีเพียงการถืออาวุธ แต่ยังรวมถึงการสร้าง...
ข่าวประชาสัมพันธ์
เสริมพลังใจจากความสูญเสีย ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวเหยื่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดยะลา
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 พันเอก จตุพร ธานีพัฒน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ได้นำกำลังพล ลงพื้นที่บ้านเจาะบูแม หมู่ที่ 2 ตำบลจะกว๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงสองสามีภรรยาเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมมอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้นและเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับครอบครัว รวมทั้งหาแนวทางในการช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ นอกจากเพื่อแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นแล้ว ยังเป็นการเน้นย้ำบทบาทของหน่วยงานด้านความมั่นคงในการเข้าถึงประชาชนอย่างใกล้ชิด และยังถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความไว้วางใจและสานสัมพันธ์กับชุมชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ โดยมีการหารือแนวทางเพิ่มเติมในการให้ความช่วยเหลือในระยะยาว รวมถึงการประสานกับหน่วยงานอื่นเพื่อดูแลครอบครัวผู้สูญเสียในด้านจิตใจ สวัสดิการ และการดำรงชีวิต
แม่ทัพภาคที่4 แม่ทัพไพศาล
ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
เนื้อข่าวภาษารูมี
Membina Semangat di Sebalik Kehilangan – Komander Pasukan Tindakan Khas Rejimen Renjer Sempadan 41 turun padang melawat...
ข่าวประชาสัมพันธ์
“ยืนหยัด เคียงข้าง ไม่ทิ้งกัน” แม่ทัพภาคที่ 4 มอบหมาย ศูนย์สันติวิธี พร้อมเครือข่ายชาวพุทธศูนย์สันติวิธี ร่วมเติมใจ อส.ชคต. ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ จ.ปัตตานี
จากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เวลา 17.30 น. คนร้ายแต่งกายชุดฮิญาบ จำนวน 4 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน ใช้อาวุธปืนสงครามและปืนพกสั้น ยิงสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนชุดคุ้มครองตำบลดอนทราย ขณะวิ่งออกกำลังกายเป็นกลุ่ม จากฐานปฏิบัติการบ้านท่าช้างชุดคุ้มครองตำบลดอนทราย ไปตามถนนในหมู่บ้านละเวง หมู่ที่ 3 ตำบลดอนทราย อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ซึ่งห่างจากฐานปฏิบัติการเพียง 400 เมตร ทำให้เจ้าหน้าที่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนชุดคุ้มครองตำบลดอนทราย ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย และเสียชีวิต 2 ราย
วันนี้ (21 พฤษภาคม 2568) เวลา 15.00 น. ที่ โรงพยาบาลปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4...
ตามที่ได้เกิดเหตุอาสาสมัครทหารพรานสังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4215 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่เพื่อนร่วมงาน ซึ่งมีรายละเอียดของเหตุการณ์เกิดขึ้น ดังนี้
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 เวลา 15.00 น. ปั๊มน้ำของกองร้อยซึ่งสูบน้ำขึ้นมาจากบ่อน้ำข้างกองร้อยเพื่อนำน้ำมาใช้ภายในกองร้อยมีปัญหาขัดข้อง อาสาสมัครทหารพราน พงษ์เดช นาแนวสุข และ สิบเอก ศราวุฒิ แก้วจันทร์ฤทธิ์ จึงได้แจ้งกับสิบเวรว่าปั๊มน้ำเสีย ขอออกไปตรวจสอบภายนอกรั้วฐานปฏิบัติการ ซึ่งก่อนที่จะออกไปนอกฐานปฏิบัติการได้แจ้งกับ อาสาสมัครทหารพราน ประวิทย์ เหลี่ยมพล ซึ่งกำลังเข้าเวรยามอยู่ ว่าจะออกไปตรวจสอบดู เมื่ออาสาสมัครทหารพราน พงษ์เดชฯ กำลังเดินไปตรวจสอบ อาสาสมัครทหารพราน ประวิทย์ฯ ได้ยิงเข้าใส่ อาสาสมัครทหารพราน พงษ์เดชฯ กระสุนถูกบริเวณท้อง และบริเวณแขนได้รับบาดเจ็บ จากนั้น อาสาสมัครทหารพราน ประวิทย์ฯ ได้นำอาวุธปืนหลบหนีไป ส่วนกำลังพลคนอื่น ๆ ภายในกองร้อยฯ ได้เร่งช่วยเหลือและนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน ซึ่งขณะนี้อาการปลอดภัย...
ข่าวประชาสัมพันธ์
“เติมใจ สร้างรั้วของชาติให้เข้มแข็ง” รอง มทภ. 4 ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ ค่ายลพบุรีราเมศวร์ และค่ายมหาจักรีสิรินธร จ.สงขลา เน้นการฝึกตามมาตรฐานกองทัพบก พร้อมส่งเสริมการพัฒนา “น้องคนเล็กของกองทัพบก” ในทุกมิติ
วันนี้ (21 พฤษภาคม 2568) พลตรี วรเดช เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม เติมกำลังใจให้กับน้องคนเล็กของกองทัพบก ทหารกองประจำการ ผลัดที่ 1 ประจำปี 2568 พร้อมตรวจสอบสภาพความพร้อมของหน่วยฝึกทหารใหม่ เพื่อเน้นย้ำให้หน่วยฝึกปฏิบัติตามมาตรฐานการฝึกของกองทัพบก และนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก รวมไปถึงแนวทางของกรมยุทธศึกษาทหารบก เพื่อมุ่งสร้างทหารกองประจำการที่มีระเบียบวินัย เข้มแข็ง พร้อมปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติ ในทุกด้านอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยในเวลา 09.10 น. รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เดินทางไปยังค่ายลพบุรีราเมศวร์ ตำบลเกาะสะบ้า อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อเข้าตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่จำนวน 2 หน่วย ประกอบด้วย หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันซ่อมบำรุงกรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 15 มีทหารใหม่ที่เข้ารับการฝึกจำนวน 67 ...
จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์มีการโพสต์ถึงเหตุการณ์ทหารคลั่งยิงกันเอง ทำให้ได้รับบาดเจ็บ 4 เสียชีวิตอีก 1 ในพื้นที่อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี นั้น ทำให้เกิดการเข้าใจผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเหตุการณ์จริงคือ อาสาสมัครทหารพรานจากกองร้อยทหารพรานที่ 4215 ตำบลบ้านน้ำบ่ออำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ทำปืนลั่นใส่กันเอง ทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 1 นาย คืออาสาสมัคร พงษ์เดช นาแนวสุข ปัจจุบันได้นำส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนโปรดใช้วิจารณญาณในการเปิดรับข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะเชื่อ หรือก่อนส่งต่อข้อมูลดังกล่าวออกไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม และขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากสื่อที่เป็นทางการสามารถพิสูจน์ตัวตนได้ หรือสามารถตรวจสอบได้ที่ สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลข 1341 หรือสายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 หมายเลข 06 -1173 - 2999 และขอเรียนให้ทราบว่า การนำเข้าข้อมูลที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่อาจจะเกิดความเสียหายต่อประชาชนจะมีความผิดทางกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แม่ทัพภาคที่4 แม่ทัพไพศาล
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
ข่าวชี้แจง กรณีเหตุการณ์ต่างๆ
อย่าหลงเชื่อข่าวบิดเบือน!! การลอบทำร้ายสองสามีภรรยาที่อำเภอรามัน ไม่ใช่การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ
ด้วยปัจจุบันมีสื่อแนวร่วม BRN พยายามบิดเบือนและใส่ร้ายป้ายสีเจ้าหน้าที่รัฐในสื่อโชเชียลมีเดีย ว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องต่อเหตุการณ์ลอบยิงประชาชนสองสามีภรรยา ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลจะกว๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา จนเป็นเหตุให้ทั้ง 2 รายเสียชีวิต เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐแต่อย่างใด และเป็นความพยายามของกลุ่มแนวร่วมที่มีเป้าหมายบั่นทอนความเชื่อมั่น และความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่รัฐต่อประชาชน และสร้างความแตกแยกในสังคม จึงขอให้พี่น้องประชาชนโปรดใช้วิจารณญาณในการเปิดรับข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะเชื่อ หรือก่อนส่งต่อข้อมูลดังกล่าวออกไป เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการที่มุ่งทำลายความเชื่อมั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม และขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากสื่อที่เป็นทางการสามารถพิสูจน์ตัวตนได้ หรือสามารถตรวจสอบได้ที่ สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลข 1341 หรือสายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 หมายเลข 06 -1173 - 2999 และขอเรียนให้ทราบว่า การนำเข้าข้อมูลที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่อาจจะเกิดความเสียหายต่อประชาชนจะมีความผิดทางกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แม่ทัพภาคที่4 แม่ทัพไพศาล
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
🌍🌍...






Users Today : 1281
Users Yesterday : 1502
Users Last 7 days : 13041
Users Last 30 days : 43259
Users This Month : 23500
Users This Year : 125615
Views Today : 1421
Views Yesterday : 1689
Views Last 7 days : 15227
Views Last 30 days : 50167
Views This Year : 155966














