บทความโดย : อับดุชชะกูรฺ บิน ชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ผู้ช่วยผู้จัดการโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ
อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยทักษิณ
เป็นที่ทราบกันดีว่าทุกศาสนาในประเทศไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดยทัดเทียมกัน ทำให้ความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพสกนิกรทุกศาสนาที่มีต่อพระองค์ท่าน
ประหนึ่ง
ความกตัญญูของลูกที่มีต่อพ่อความแตกต่างทางศาสนาไม่ได้กร่อนทำลายความรู้สึกดังกล่าวแม้แต่
น้อย ชนชาติไทยประกอบด้วยเชื้อชาติดั้งเดิม
หลายเชื้อชาติ ซึ่งความแตกต่างทางประวัติศาสตร์แห่งชนชาติ
ดั้งเดิมนั้นไม่ได้บ่อนเซาะความรู้สึกจงรักภักดีต่อพระองค์เลย
ด้วยพระองค์ทรงมีพระจริยาวัตรอันเปี่ยมล้นด้วยทศพิธราชธรรมซึ่งทรงแผ่ขยายไพศาลออกไปทั่วทุกสารทิศ
ประดุจดังสายลมรำเพย เมื่อสัมผัสสิ่งใด ก็ยังความสดชื่นแก่สิ่งนั้นอย่างท่วมท้น เป็นอานุภาพที่ฝังแน่นในจิต
วิญญาณของพสกนิกร สถิตอย่างถาวร มั่นคงไม่สั่นคลอน
และแน่นแฟ้นไม่หวั่นไหว
พระมหากรุณาธิคุณของ
พระองค์นั้น มิใช่เป็นเพียงนามธรรมที่หวังจำนรรจ์เพื่อความไพเราะทางภาษา แต่เป็นรูปธรรมที่สามารถสัมผัส
ได้ นั่นคือพระราชกรณียกิจที่กำหนดเป็นโครงการแผนงานซึ่งทรงปฏิบัติอย่างต่อ เนื่องจนเกิดการพัฒนาอย่าง
ยั่งยืนกระจายออกไปทั่วราชอาณาจักร ปรากฏเป็นหลักฐานที่เด่นชัด เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก
โครงการตามแนวพระราชดำริที่ดำเนินการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีพี่น้อง มุสลิมเป็นประชากรส่วน
ใหญ่ โครงการเหล่านั้นอำนวยประโยชน์โดยตรงแก่พี่น้องมุสลิม ด้วยมูลค่าทางวัตถุมหาศาล แต่มูลค่าทางจิตใจ
ยิ่งใหญ่กว่ามากมาย
มุสลิมจำนวนมากที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณทรงอุปถัมภ์โดยตรง ไม่ว่าในด้านการรักษาพยาบาลการอาชีพ
การศึกษา หรือการศาสนาก็ตาม
ทรงพระราชทานรางวัลครูสอนศาสนาดีเด่นทุกปี ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ดำเนินการโดยกระทรวง
ศึกษาธิการ
ทรงพระราชทานรางวัลมัสยิดดีเด่นทุกปี ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ดำเนินการโดยกระทรวงมหาดไทย
ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างมัสยิดหรือสมทบทุนก่อสร้างมัสยิดหลายแห่ง
ทรงมีพระราชดำริให้รัฐบาลจัดสร้างมัสยิดประจำจังหวัด 4 จังหวัดจนครบถ้วน คือ มัสยิดกลางประจำจังหวัด
ปัตตานี มัสยิดกลางประจำจังหวัดยะลา มัสยิดกลางประจำจังหวัดสตูล และมัสยิดกลางประจำจังหวัดนราธิวาส
ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์แก่ นายต่วน สุวรรณศาสน์ ดดีตจุฬาราชมนตรีอธิบาย
ความหมายอัลกุรอานเป็นภาษาไทย
ทรงสนับสนุนให้รัฐบาลจัดงบประมาณก่อสร้างศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลาม ในสมัยนายประเสริฐ
มะหะหมัด อดีตจุฬาราชมนตรี
ทรงวางพระองค์เป็นกันเองกับพสกนิกรมุสลิมที่เข้าเฝ้าฯ และทรงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทุกคน เข้าเฝ้าฯอย่างใกล้ชิด ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับพสกนิกรที่เข้าเฝ้าฯอย่างสนิทสนม ไม่ถือพระองค์
มุสลิมจำนวนไม่น้อยที่รับพระมหากรุณาและไว้วางพระราชหฤทัยให้ทำงานสนองพระบรมราชโองการอย่าง
ใกล้ชิดและต่อเนื่องยาวนาน
ทรงสนใจศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และทรงศึกษาวัฒนธรรมนั้นอย่างให้เกียรติ ทรงทอดพระเนตรการแสดง
ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างตั้งพระราชหฤทัยด้วยเวลาอันยาวนาน
ทรงศึกษาภาษามลายูท้องถิ่น จนทรงมีพระปรีชาสามารถสนทนากับชาวพื้นเมืองด้วยภาษาดังกล่าว จนบางครั้งทรงสัพยอกชาวเมืองด้วยภาษาของเขา จนเขาต้องหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตัน
ความสนิทสนมต่อพสกนิกรมุสลิมชาวภาคใต้ที่ทรงพระราชทานแก่พวกเขา ได้ทำให้ทำนบทางจิตใจที่ขวาง
กั้นด้วยวรรณะระหว่างพสกนิกรกับพระองค์พังทลาย จนพสกนิกรกล้าทักทายพระองค์ ด้วยการเรียกพระองค์ว่า
"ในหลวง" และบางคนทักทายพระองค์ด้วยภาษามลายูว่า "ราญอ" มื่อพระองค์ทรงได้ยินการทักทายอันบริสุทธิ์
นั้น พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินแหวกวงล้อมของเจ้าหน้าที่เข้าไปยังพสกนิกรที่ ทักทายนั้นทันที และทรงมีพระราชปฏิสันถารกับเขาอย่างไม่ถือพระองค์ ท่ามกลางความตระหนกของเจ้าหน้าที่อารักขาพระองค์ (โปรดดูคุตบะห์ เฉลิมพระเกียรติ 2542 : ก 21-23)
ในประเทศไทยมีพสกนิกรของพระองค์ท่านจากหลากหลายเชื้อชาติและศาสนา ดังนั้นการแสดงความจงรัก
ภักดีต่อพระองค์ทางกิริยาหรือวาจา จึงขึ้นอยู่กับหลักศาสนาและวัฒนธรรมของแต่ละคน ซึ่งอาจจะแตกต่างกัน
อาจจะคล้ายกัน หรือผิดแผกกันจนคนไม่เข้าใจ อาจจะตีความไปคนละอย่างแบบหน้ามือเป็นหลังมือก็เป็นได้
ตามหลักศาสนาอิสลาม ถือว่า "การเคารพ ภักดี และนับถือ" เป็นคุณธรรมที่ดีของมนุษย์ทุกคนอันพึงมีต่อ
ผู้มีพระคุณ เช่น ต่อพระมหากษัตริย์ ในฐานะเป็นประมุขของประเทศ ต่อพ่อแม่ ในฐานะผู้ให้กำเนิด ต่อคุณครู
ในฐานะผู้ให้ความรู้ และอื่นๆ มิใช่ในฐานะพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งในอิสลามถือว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากเอกองค์
อัลลอฮฺ (อัลกุรอาน 2 : 255)
ซึ่งหลักการเคารพนับถือต่อพระเจ้านั้น จะต้องผนวกไปกับการกราบนมัสการต่อพระองค์ด้วย ซึ่งการแสดง
ความเคารพของมุสลิมต่อสิ่งอื่นหรือบุคคล ด้วยการกราบ ทำไม่ได้อย่างเด็ดขาด
คำตอบจุฬาราชมนตรี เกี่ยวกับการเคารพภักดีต่อพระบรมฉายาลักษณ์ พระมหากษัตริย์ของมุสลิม
คำตอบจุฬาราชมนตรีเกี่ยวกับปัญหาขัดแย้งในด้านศาสนาอิสลาม ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้ทุกคนโดย
เฉพาะข้าราชการนำไปเป็นคู่มือในการปฏิบัติ อันจะนำไปสู่ความเข้าใจอันถูกต้อง (โปรดดูคำตอบจุฬาราชมนตรี
เกี่ยวกับปัญหาขัดแย้งในด้านศาสนาอิสลามจากการรวบรวมโดย ศอ.บต)
"....ปัญหาที่ 19 ปัญหาเรื่องการทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ การแสดงความเคารพพระบรมฉายา
ลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีการต่างๆ จะขัดต่อหลักการศาสนาอิสลามหรือไม่ ใคร่ขอทราบ
ข้อเท็จจริงและความเห็น
คำตอบ
- การยืนตรงต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์เพื่อระลึกถึงหรือถวายความเคารพไม่ขัดต่อบทบัญญัติของศาสนา
อิสลาม
- การก้มศีรษะไม่ถึงขั้นรุกัวะ ถือเป็นการกระทำที่ไม่บังควร (มักรูฮ)
- การก้มศีรษะถึงขั้นรุกัวะ บางทัศนะว่าต้องห้าม (หะรอม) บางทัศนะว่าไม่บังควร (มักรูฮ)..."
แก่นแท้ของความจงรักภักดี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบถึงหลักการของศาสนาอิสลามในข้อนี้ดี เพราะพระองค์ทรงศึกษา
หลักการศาสนาอิสลามอย่างกว้างขวาง ลึกซึ้ง ทรงมีรับสั่งให้แก้ไขระเบียบที่ขัดกับหลักการอิสลามสำหรับพสก
นิกรมุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ ฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีต ประธานรัฐสภาเข้าเฝ้าฯ เพื่อรับพระราช
ทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 ทรงมีรับสั่งให้ประธานรัฐสภาปฏิบัติตนให้ตรงตามหลักการ
ศาสนา การใดที่ขัดกับหลักการศาสนาอิสลาม ก็ไม่ต้องปฏิบัติ
จากตัวอย่างข้างต้น ทำให้เราได้ทราบว่าในจิตใจของมุสลิม ถึงแม้ว่าการเคารพภักดีต่อพระมหากษัตริย์แบบ
กราบนั้นกระทำไม่ได้ แต่ความจงรักภักดีในพระองค์ท่านก็มีอย่างครบสมบูรณ์ไม่ได้แตกต่างไปจากคนศาสนาอื่น
วัฒนธรรมอื่น ที่แสดงความจงรักภักดีด้วยการกราบ ดังนั้นหน่วยราชการต่างๆ โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ที่เชิญข้าราชการมุสลิม โต๊ะครู โต๊ะอิหม่าม และประชาชนมุสลิม ในพระราชพิธีต่างๆ ควรคำนึงถึงข้อนี้
เพื่อขจัดปัญหาความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน
เพราะแก่นแท้สาระของการเคารพภักดีต่อพระมหากษัตริย์มิได้อยู่ที่การกราบ แต่อยู่ที่การประพฤติ
ดีต่างหาก