มทภ.4 กำชับผู้บังคับบัญชาดูแลกำลังพลด่านหน้าให้ดีที่สุด เพื่อลดการสูญเสีย ย้ำทหาร ตรวจ และประชาชน มีความสำคัญยิ่งในการบูรณาการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา นำพาสันติสุขสู่พื้นที่ จชต.

59

         พลโท ศานติ  ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เปิดเผยถึงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ภายหลังประชุม หน่วยขึ้นตรงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ว่าพบผู้ก่อเหตุรุนแรงมีความพยายามสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หวังทำลายความน่าเชื่อถือต่อการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่หลายจุด  โดยมีเป้าหมายคือ เจ้าหน้าที่รัฐ  กำลังพล ทหาร ตำรวจ กำลังภาคประชาชน และเป้าหมายอ่อนแอ  พร้อมทั้งนำความห่วงใยจากผู้บัญชาการทหารบก / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มายังเจ้าหน้าที่ทุกนาย โดยขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท หมั่นทบทวนการปฏิบัติให้มีความพร้อมปฏิบัติภารกิจเมื่อมีการก่อเหตุอย่างทันท่วงที และประสานกำลังทุกภาคส่วนรักษาความปลอดภัยพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน  พร้อมกำชับฐานปฏิบัติการ และหน่วยงานของรัฐเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่เข้มงวด และหมั่นฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุให้มีความพร้อมปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง ย้ำเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ ต้องมีการปรับตัวและปรับใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในการแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม อย่าหยุดพัฒนาวิธีปฏิบัติภารกิจ ทั้งการป้องกันตนเอง การป้องกันฐานปฏิบัติการ เพื่อดูแลพื้นที่ให้ปลอดเหตุ และต้องทำทุกวิถีทางให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน  โดยนำเหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นบทเรียน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียซ้ำอีก ส่วนการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิด ก็เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถละเว้นการปฏิบัติได้  หากพบผู้กระทำความผิดและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงของรัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

          อย่างไรก็ตาม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า  พร้อมให้การสนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติสุข  เพื่อให้เกิดสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน  ตามผลการพูดคุยสันติสุขอย่างเป็นทางการ ครั้งที่ 7 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าคณะพูดคุยฯ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในหลักการต่อแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสันติสุขแบบองค์รวม (Joint Comprehensive Plan Towards Peace – JCPP) และจะมีการหารือมาตรการดังกล่าวร่วมกันอีกครั้ง โดยคณะทำงานเทคนิคของทั้งสองฝ่ายในห้วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2567

          ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ แจ้งเบาะแสได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร 061-1732999 และเบอร์สายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค๔ส่วนหน้า