จังหวัดนราธิวาสเดินหน้ายกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงตลอดแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย ระยะทาง 184 กิโลเมตร ผนึกกำลัง 3 ฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สั่งเดินหน้าปิด “ท่าข้ามธรรมชาติผิดกฎหมาย” ทันทีทุกจุด เพื่อตัดวงจรการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ยาเสพติด และสกัดกั้นการใช้ช่องทางธรรมชาติเป็นเส้นทางหลบหนีของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ขณะที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณ 90 ล้านบาท เดินหน้าก่อสร้างรั้วชายแดนระยะทาง 12 กิโลเมตรในพื้นที่อำเภอแว้ง พร้อมนำเทคโนโลยีระบบ AI เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง

ขณะเดียวกัน กองบังคับการควบคุมสุริโยทัยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเต็มอัตรา 100% จัดตั้ง 90 ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่การใช้รั้วอิเล็กทรอนิกส์ รั้วชายแดนเขื่อนป้องกันตลิ่งระยะทาง 21 กิโลเมตร และกล้องวงจรปิด (CCTV) กว่า 580 จุด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบและปิดช่องโหว่ตามแนวชายแดน

วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) ที่ห้องประชุมอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุมตรวจพื้นที่ชายแดนจังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน โดยมี พลตำรวจตรี ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส, พันเอก อนิรุจน์ ดิษฐ์ประชา รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส, พันเอก พรชัย นิ่มทัศนศิริ ผู้บังคับการควบคุมสุริโยทัย พร้อมด้วยนายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร นายด่านศุลกากรในพื้นที่ 3 อำเภอชายแดน ได้แก่ ตากใบ สุไหงโก-ลก และแว้ง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

โดยในที่ประชุมได้รายงานแผนสกัดกั้นชายแดนของกองบังคับการควบคุมสุริโยทัย รวมถึงมาตรการของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตามนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4 โดยปัจจุบันได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยป้องกันชายแดนครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอชายแดน ปฏิบัติการเต็มรูปแบบ 100% จัดตั้ง 90 ชุดปฏิบัติการ ลาดตระเวนและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมการทำงาน ทั้งรั้วอิเล็กทรอนิกส์ รั้วชายแดนเขื่อนป้องกันตลิ่งระยะทาง 21 กิโลเมตร และกล้องวงจรปิด (CCTV) กว่า 580 จุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ลงเรือลาดตระเวนสำรวจพื้นที่จริงตลอดแนวแม่น้ำสุไหงโกลก ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำธรรมชาติติดต่อกับประเทศมาเลเซีย มีระยะทางกว่า 105 กิโลเมตร การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งประเมินจุดเสี่ยง ตรวจสอบท่าข้าม และติดตามช่องทางที่อาจถูกใช้เป็นเส้นทางกระทำผิดกฎหมาย ทั้งการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ยาเสพติด รวมถึงการแฝงตัวหรือหลบหนีของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง

นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า จังหวัดนราธิวาสมีแนวชายแดนติดกับประเทศมาเลเซียยาวถึง 184 กิโลเมตร โดยเป็นชายแดนทางน้ำประมาณ 105 กิโลเมตร ทำให้มีช่องทางธรรมชาติและท่าข้ามจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย เช่น เนื้อกระบือนำเข้าหลายพันตัน จังหวัดจึงกำหนดมาตรการอย่างชัดเจนว่า หากพบท่าข้ามใดมีการกระทำผิดกฎหมาย จะดำเนินการ “ปิดทันทีและปิดถาวร” ขณะเดียวกันยังคงอนุโลมให้ท่าข้ามที่เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนริมน้ำสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและประชาชนใช้ช่องทางผ่านด่านศุลกากรอย่างถูกต้อง ได้แก่ ด่านตากใบ ด่านสุไหงโกลก และด่านบูเกะตา

ส่วนความคืบหน้าการยกระดับมาตรการความมั่นคงว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดได้เสนอโครงการก่อสร้างรั้วชายแดน ซึ่งได้รับการอนุมัติงบประมาณจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จำนวน 90 ล้านบาท ระยะทาง 12 กิโลเมตร โดยจะเร่งดำเนินการในพื้นที่อำเภอแว้งเป็นจุดแรก เนื่องจากพื้นที่ชายแดนส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ว่างเปล่า การก่อสร้างรั้วชายแดนชนิดพิเศษที่นำเทคโนโลยีระบบ AI เข้ามาช่วยตรวจจับ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง ลดข้อจำกัดด้านกำลังพลที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการลาดตระเวนทางน้ำ ในส่วนเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเส้นทางรถไฟ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้บริการกว่า 1,000 คนต่อวัน หรือประมาณ 14 เที่ยวไป-กลับ โดยขอให้ประชาชนร่วมกันประณามการกระทำที่สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และกระทบต่อการเดินทางของประชาชน พร้อมเน้นย้ำให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ร่วมกันสอดส่องดูแล หากพบสิ่งผิดปกติ ขอให้รีบแจ้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ หรือทหาร เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงแฝงตัวเข้ามาสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

ด้าน พันเอก พรชัย นิ่มทัศนศิริ ผู้บังคับการควบคุมสุริโยทัย กล่าวว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดนดำเนินการโดยมีกองร้อยป้องกันชายแดนดูแลตลอดแนว โดยเฉพาะพื้นที่ทางน้ำซึ่งมีระยะทางประมาณ 105 กิโลเมตร ขณะที่เมื่อรวมแนวชายแดนทั้งหมดมีระยะทางประมาณ 185 กิโลเมตร ถือเป็นพื้นที่รับผิดชอบที่มีขนาดกว้างและมีความซับซ้อน ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ใช้กำลังพลควบคู่กับเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งเครื่องกีดขวาง ลวดหนาม และอุปกรณ์สนับสนุนอื่น ๆ รวมถึงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง เช่น ระบบรั้วอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในพื้นที่อำเภอตากใบติดตั้งแล้วจำนวน 580 ตัว เพื่อช่วยตรวจสอบและป้องกันการกระทำผิดตามแนวชายแดน ขณะเดียวกันยังเพิ่มการบูรณาการการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภายหลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้การเฝ้าระวังและการสกัดกั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จากมาตรการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้กำลังพล เครื่องมือ และเทคโนโลยี รวมถึงการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันและสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้เส้นทางธรรมชาติหรือพื้นที่ตามแนวชายแดนเป็นช่องทางในการหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

การยกระดับมาตรการครั้งนี้ จึงมุ่ง “ปิดช่องโหว่ชายแดน” ควบคู่กับการรักษาวิถีชีวิตของประชาชน โดยให้การค้าและการเดินทางเป็นไปตามกฎหมาย พร้อมสกัดกั้นอาชญากรรมและการใช้พื้นที่ชายแดนเป็นช่องทางของความรุนแรง เพื่อสร้างความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนจังหวัดนราธิวาสอย่างยั่งยืน
…………………………………………………….
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
24 สิงหาคม 2569
เพื่อสังคมสันติสุข
แม่ทัพภาคที่4
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า











Users Today : 667
Users Yesterday : 3657
Users Last 7 days : 21395
Users Last 30 days : 21395
Users This Month : 21395
Users This Year : 21395
Views Today : 678
Views Yesterday : 4114
Views Last 7 days : 24166
Views Last 30 days : 24166
Views This Year : 24166





