แม่ทัพภาคที่ 4 ประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ประจำเดือนสิงหาคม 2569 ย้ำ บูรณาการทุกภาคส่วน ยกระดับการข่าวเชิงรุก สร้างพื้นที่ปลอดภัย มุ่งสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน

168

          วันนี้ (18 สิงหาคม 2569) เวลา 09.00 น.ที่ ห้องประชุมยะลารวมใจ กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ประจำเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนการบูรณาการด้านการพัฒนาและความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลตำรวจตรี วัลลพ จำนงค์อาษา รองผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนคณะผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรง กอง อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ภาคพลเรือน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

          ก่อนวาระการประชุม แม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบประกาศนียบัตรแก่หน่วยชุดปฏิบัติการพลเรือนที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่กำลังพล ประกอบด้วย กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 431 กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 14 กองร้อยทหารพรานที่ 4113 และกองร้อยทหารพรานที่ 4406 พร้อมกล่าวชื่นชมและแสดงความยินดีกับทุกหน่วยและกำลังพลที่มีผลงานโดดเด่น โดยย้ำว่าทุกภารกิจล้วนเป็นความร่วมมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาและสร้างสันติสุขในพื้นที่

          ในโอกาสเปิดการประชุม แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมบูรณาการการทำงานที่ผ่านมา เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ การสร้างพื้นที่ปลอดภัย ให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ปราศจากความรุนแรงและความหวาดระแวง โดยการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบายและข้อสั่งการ พร้อมให้ทุกหน่วยทบทวนผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 ทั้งข้อดี ข้อจำกัด ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อนำบทเรียนไปปรับใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ 2570 ให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

          ทั้งนี้ ที่ประชุมได้นำเสนอผลการปฏิบัติงานของหน่วยขึ้นตรง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จำนวน 24 หน่วย โดยทบทวนการปฏิบัติงานประจำปี 2569 ทั้งข้อดี ข้อจำกัด ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อนำข้อมูลและบทเรียนไปปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทของพื้นที่ และใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อนภารกิจในปี 2570 ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มุ่งสู่เป้าหมายการสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน

          ด้านหน่วยเฉพาะกิจยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา ได้สรุปผลการปฏิบัติงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย การข่าว และการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในชุมชนและหมู่บ้านให้เกิดผลเป็นรูปธรรม รวมถึงติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และเสนอแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพด้านกำลังพลและเครื่องมือในบางพื้นที่ที่พบความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรง ขณะที่ด้านกิจการพลเรือน มุ่งสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และองค์กรภาคส่วนต่าง ๆ พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน สร้างความเชื่อมั่น และกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่

          ด้านกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้วางแนวทางการป้องกัน ปราบปราม และอำนวยความยุติธรรม โดยนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือเสริม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและดูแลความปลอดภัยของประชาชน

          ขณะที่ ผู้แทนศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา คุณภาพชีวิต และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมส่งเสริมอาชีพ แก้ไขปัญหาความยากจน และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเสนอให้พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการศึกษาและคุณภาพชีวิต เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

          ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำให้ทุกหน่วยดูแลสิทธิและสวัสดิการของกำลังพลอย่างครบถ้วน พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาและข้อขัดข้อง เพื่อป้องกันการเกิดข้อร้องเรียน รวมถึงกำชับการตรวจสอบเอกสารการขอรับสิทธิเงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบและการรับรองเวลาราชการเป็นทวีคูณตลอดจนการพิจารณากำลังพลช่วยราชการในปีงบประมาณ 2570 ให้เป็นไปตามระเบียบ ที่กำหนด โดยคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับภารกิจ และยึดหลัก “คนดี” เพื่อให้การปฏิบัติงานอยู่ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่และกฎหมาย

          ในส่วนด้านการข่าว แม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำการยกระดับมาตรการข่าวเชิงรุกและการเฝ้าระวังสิ่งบอกเหตุ โดยเมื่อพบสิ่งบอกเหตุสำคัญ ให้หน่วยเร่งดำเนินการตามมาตรการที่เกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องรอข้อมูลที่สมบูรณ์ครบถ้วน พร้อมย้ำว่า การไม่ปรากฏข่าวสารหรือภาพความเคลื่อนไหว ไม่ควรถือว่าไม่มีการดำเนินการของฝ่ายตรงข้าม จึงต้องเร่งสืบค้น ตรวจสอบ ยืนยัน และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

18 สิงหาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข

#แม่ทัพภาคที่ 4

#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า