เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ศาลจังหวัดนราธิวาส ได้อ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ อ.135/2569 โดยมีนายมูซากิร (สงวนนามสกุล) เป็นจำเลยที่ 1 และนายอุสมาน (สงวนนามสกุล) เป็นจำเลยที่ 2 คดีดังกล่าวเป็นความผิดฐานอั้งยี่ ร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธ และร่วมกันมีอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง สืบเนื่องจากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและเกิดการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ป่าภูเขาสาวอฮีเล อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2565 ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกนายมูซากิร (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 14 ปี และนายอุสมาน (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 15 ปี โดยพยานหลักฐานสำคัญประกอบด้วยผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งตรวจพบสารพันธุกรรม (DNA) ของจำเลยทั้งสองในของใช้ส่วนตัวหลายรายการที่ตรวจยึดได้จากฐานที่เกิดเหตุ
เนื่องจากจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ศาลจึงมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุกนายมูซากิร (สงวนนามสกุล) เป็นเวลา 7 ปี 6 เดือน และนายอุสมาน (สงวนนามสกุล) เป็นเวลา 7 ปี 12 เดือน
ทั้งนี้ ศาลมีคำสั่งให้ขังจำเลยทั้งสองไว้ระหว่างอุทธรณ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าการปฏิบัติงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และดำเนินการกับผู้กระทำผิดตามพยานหลักฐาน เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเบาะแสหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการรักษาความปลอดภัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
8 กรกฎาคม 2569
ปาตานีไม่มีจริง
ปาตานีแค่วาทกรรม
สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
แม่ทัพภาคที่4
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า











Users Today : 2256
Users Yesterday : 4920
Users Last 7 days : 18905
Users Last 30 days : 75614
Users This Month : 20943
Users This Year : 319795
Views Today : 2458
Views Yesterday : 5498
Views Last 7 days : 22025
Views Last 30 days : 92119
Views This Year : 389200





