กำลัง 3 ฝ่ายเข้าบังคับใช้กฏหมายบ้านสะปอม เก็บหลักฐานติดตามผู้ก่อเหตุวางระเบิดตากใบ พร้อมเร่งเยียวยาผู้บาดเจ็บชาวมาเลเซีย

16

          เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เดินหน้าขยายผลคดีลอบวางระเบิดบนทางหลวงหมายเลข 42 พื้นที่บ้านสะปอม หมู่ 8 ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โดยเข้าบังคับใช้กฏหมายพื้นที่เป้าหมาย เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งติดตามผู้ก่อเหตุ พร้อมยืนยันให้ความเป็นธรรมกับผู้ได้รับผลกระทบและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่ประชาชน

          เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรตากใบ และฝ่ายปกครองอำเภอตากใบ แถลงความคืบหน้าการสืบสวนคดีเหตุลอบวางระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ซึ่งส่งผลให้ทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย และมีผู้ใช้เส้นทางชาวมาเลเซียได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

          นาวาเอก พานุรัตน์  อุ่นญาติ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และเร่งขยายผลจากข้อมูลข่าวกรองอย่างต่อเนื่อง

          ล่าสุด เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายได้เข้าบังคับใช้กฏหมายบ้านเป้าหมายในพื้นที่บ้านสะปอม หมู่ 8 ตำบลไพรวัน พร้อมเชิญตัวบุคคลต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ไปซักถามตามกระบวนการกฎหมาย รวมทั้งตรวจยึดวัตถุพยานจากบ้านเป้าหมาย ส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 จังหวัดยะลา ขณะเดียวกัน ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เก็บชิ้นส่วนระเบิดจากจุดเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบชนิดของระเบิดและเปรียบเทียบความเชื่อมโยงกับคดีความมั่นคงอื่น ๆ

          ด้าน พันตำรวจเอก ภัควัฒน์  วันสนุก ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรตากใบ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างติดตามพยานบุคคลเพิ่มเติม โดยเฉพาะผู้ใช้รถใช้ถนนที่ขับผ่านจุดเกิดเหตุ ซึ่งอาจมีกล้องบันทึกภาพหน้ารถที่เป็นหลักฐานสำคัญในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ

        ในส่วนของการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ นายกฤษฎา สุขสบาย นายอำเภอตากใบ เปิดเผยว่า จังหวัดนราธิวาสได้เร่งให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันที โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บชาวมาเลเซีย จำนวน 2 ราย เป็นเงิน 50,000 บาท และ 10,000 บาท

          สำหรับความเสียหายของรถยนต์ อำเภอตากใบร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดได้ลงพื้นที่ประเมินความเสียหายแล้ว และจะเสนอให้คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยระดับจังหวัดพิจารณาในวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ก่อนดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเสียหายที่เกิดขึ้น

          นอกจากนี้ แขวงทางหลวงนราธิวาสได้เร่งซ่อมแซมพื้นที่เกิดเหตุและฟื้นฟูเส้นทางตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้สามารถเปิดการจราจรได้โดยเร็ว พร้อมขออภัยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปิดเบี่ยงเส้นทางในช่วงที่ผ่านมา

         ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่ายยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ การรวบรวมพยานหลักฐาน การดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

2 กรกฎาคม 2569

 

#ปาตานีไม่มีจริง

#ปาตานีแค่วาทกรรม

#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

#แม่ทัพภาคที่4

#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า