วันนี้ (19 มิถุนายน 2569) เวลา 15.00 น. พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการลอบวางระเบิดกำลังพลขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยครู การลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ระหว่างปฏิบัติภารกิจดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน การนำวัตถุต้องสงสัยไปวางใต้รถสายตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ชุมชน รวมถึงการเผาทำลายรถและเครื่องจักรก่อสร้าง ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มุ่งสร้างสถานการณ์ความรุนแรง สร้างความหวาดกลัว และบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่
รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีรูปแบบ วิธีการ และเป้าหมายแตกต่างกัน แต่ล้วนมีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ การสร้างผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ และขัดขวางการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา โดยเฉพาะการก่อเหตุที่มุ่งเป้าไปยังเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับครู นักเรียน และประชาชน ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและบรรยากาศการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่
ในกรณีการนำวัตถุต้องสงสัยไปวางใต้รถสายตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งจอดอยู่ภายในพื้นที่ชุมชน ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน หากเกิดการระเบิดขึ้นจริง ย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่การลอบวางระเบิดกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่เพียงเป็นการมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อบรรยากาศด้านการศึกษา และสร้างความกังวลให้กับผู้ปกครอง นักเรียน และครูผู้สอนในพื้นที่อีกด้วย
ส่วนกรณีการเผาทำลายรถและเครื่องจักรก่อสร้างนั้น ถือเป็นการทำลายโครงสร้างพื้นฐานและโอกาสในการพัฒนาพื้นที่โดยตรง เพราะเครื่องจักรและอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินโครงการพัฒนา การก่อสร้างสาธารณูปโภค และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เมื่อเกิดการทำลายทรัพย์สินดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ การจ้างงาน การลงทุน และความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่ต้องการเข้ามาร่วมพัฒนาพื้นที่
“ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อเหตุรุนแรงไม่ใช่เฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเท่านั้น แต่คือพี่น้องประชาชนทุกคนที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ต้องการประกอบอาชีพอย่างมั่นคง และต้องการส่งบุตรหลานเข้ารับการศึกษาในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย การกระทำดังกล่าวไม่ได้สร้างประโยชน์ใดให้กับประชาชน แต่กลับสร้างความสูญเสีย ความเดือดร้อน และขัดขวางโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ ผู้ก่อเหตุอาจต้องการให้ประชาชนหวาดกลัว แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการอย่างแท้จริงคือความปลอดภัย ความสงบสุข โอกาสทางการศึกษา และอนาคตที่มั่นคงของลูกหลาน” พันเอก เอกวริทธิ์ กล่าว
พร้อมกันนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับชุมชนของตนเอง หากพบบุคคลแปลกหน้า วัตถุต้องสงสัย หรือพฤติกรรมผิดสังเกตที่อาจเชื่อมโยงกับการก่อเหตุ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง หน่วยเฉพาะกิจใกล้บ้านท่าน หรือสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ทุกเบาะแสที่ประชาชนแจ้งเข้ามา อาจเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยป้องกันเหตุร้าย ลดความสูญเสีย และร่วมกันปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน ตลอดจนอนาคตของลูกหลานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะการสร้างสันติสุขและความมั่นคงอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการปฏิเสธความรุนแรงและไม่ปล่อยให้ผู้ไม่หวังดีทำลายบ้านเมืองของเรา
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
19 มิถุนายน 2569
#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่ 4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า











Users Today : 2766
Users Yesterday : 3347
Users Last 7 days : 20560
Users Last 30 days : 79109
Users This Month : 46148
Users This Year : 274617
Views Today : 3257
Views Yesterday : 4050
Views Last 7 days : 27738
Views Last 30 days : 101343
Views This Year : 336969





