ผบ.พล.ร.15 ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ เน้นย้ำดูแลน้องสุดท้องของกองทัพบก  เสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน

110

          เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 ที่หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 151 ค่ายกัลยาณิวัฒนา ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร  ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจน้อง ๆ ทหารใหม่ ผลัดที่ 1 ประจำปี 2567 โดยได้รับฟังการเตรียมการฝึก และมาตรฐานต่าง ๆ จากผู้ฝึกทหารใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ระเบียบการฝึก และหลักสูตรปฏิบัติการฝึกทหารใหม่ สอดคล้องกับนโยบายการฝึกให้เกิดความเรียบร้อย ปลอดภัย พร้อมทั้งได้ตรวจเยี่ยม พบปะพูดคุยกับน้องทหารใหม่, ครูนายสิบ และครูทหารใหม่ สอบถามปัญหา ข้อขัดข้องต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการฝึก พร้อมได้กำชับให้ผู้ฝึก และชุดครูฝึก ดูแลทหารใหม่ให้ดีที่สุด

          จากนั้น เดินทางต่อไปยัง หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 151 ค่าค่ายกรมนราธิวาสราชนครินทร์ ตำบล มะรือโบออก อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เพื่อตรวจเยี่ยม และให้กำลังใจน้องทหารใหม่ เน้นย้ำการกำกับดูแลทั้งในเรื่องของหลักสูตรการฝึก และเรื่องของคุณภาพชีวิต ซึ่งต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีเริ่มตั้งแต่การเข้านอนยันตื่นนอน การรับประทานอาหาร และการฝึก และยังรวมไปถึงการส่งเสริมในเรื่องของการต่อยอดด้านการศึกษา น้องทหารใหม่จะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกด้านเมื่อก้าวเข้าสู่รั้วทหาร พร้อมเน้นย้ำผู้บังคับหน่วยฝึก ผู้ฝึก รวมถึงครูทหารใหม่ ให้ยึดรูปแบบการฝึกตามระเบียบจากกรมยุทธศึกษาทหารบก และมาตรการการควบคุมโรคจากกระทรวงสาธารณสุข ต้องดูแลเอาใจใส่ทหารใหม่ในทุกนาย เสมือนดูแลคนในครอบครัว เพราะทหารกองประจำการ เมื่อเข้ามาอยู่ในรั้วทหาร เปรียบเสมือนเป็นน้องคนเล็ก ของกองทัพบก พร้อมทั้งเน้นย้ำในเรื่องมาตรการป้องกันโรคลมร้อน (Heat Stroke) โดยให้ครูฝึกต้องเป็นตัวอย่างที่ดี รวมถึงเรื่องสิทธิกำลังพลที่น้องทหารใหม่พึ่งได้ พร้อมทั้งการประชาสัมพันธ์การเข้าสู่การเป็นทหารอาชีพ

          โดย พลตรี เฉลิมพร  ขำเขียว ผู้บัญชากองพลทหารราบที่ 15 กล่าวว่า “การฝึกทหารใหม่ ต้องคิดว่าน้องๆ ที่เข้ามาเป็นพลทหารกองประจำการ เข้ามาอยู่ในบ้านของเรา เปรียบเสมือนเป็นน้องคนเล็ก เรามีหน้าที่ดูแล บ่มเพาะ และปลูกฝังให้มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบในความเป็นทหาร และสุภาพบุรุษ เปลี่ยนทัศนคติที่ดีให้เกิดขึ้นในจิตใจของน้องๆ เปลี่ยนความคิดจากการเป็นพลเรือน ให้มีจิตใจเป็นทหารอย่างเต็มภาคภูมิ รักในสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สำหรับวิธีการฝึกนั้นจะต้องอยู่บนพื้นฐานบนความถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบการฝึก ทั้งนี้ขอให้ผู้ปกครองได้มีความมั่นใจในกระบวนการฝึกของกองทัพบก ว่าจะทำให้บุตรหลานของทุกท่านเป็นผู้ที่มีศักยภาพ เป็นบุคลากรที่ดีของกองทัพบก และประเทศชาติต่อไป

ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า