วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ โรงเรียนเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง หมู่ 3 ตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี นายมะนาแซ บือซา กำนันตำบลพ่อมิ่ง ในฐานะประธานสภาสันติสุขตำบลพ่อมิ่ง เป็นประธานการประชุมสภาสันติสุขตำบลพ่อมิ่ง (วาระพิเศษ) พร้อมจัดกิจกรรมรณรงค์ถือป้าย “ปฏิเสธความรุนแรง” โดยมีหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมจัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมสะท้อนปัญหา ความรู้สึก และผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานที่ราชการ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทรัพย์สิน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตลอดจนความเชื่อมั่นและการดำรงชีวิตของประชาชน หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญคือ เหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงอาคารสำนักงานเทศบาลเมืองตะลุบัน (หลังใหม่) อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. ส่งผลให้อาคารและทรัพย์สินได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ขณะที่ในคืนวันที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 21.10 น. เกิดเหตุลอบวางเพลิงและวางระเบิดบริเวณโรงรถและป้อมยามสำนักงานเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง หมู่ 3 ตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี โดยผู้ก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 6 คน ลักลอบเข้ามาภายในสำนักงาน ก่อนแยกกำลังกันก่อเหตุวางเพลิงรถยนต์ของเทศบาล ส่งผลให้รถดับเพลิง รถเก็บขยะ และรถกระบะของเทศบาลได้รับความเสียหายรวม 3 คัน รวมถึงนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้บริเวณป้อมยาม ก่อนหลบหนี ทำให้เกิดระเบิดและสร้างความเสียหายแก่ป้อมยาม

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเทศบาลและการให้บริการประชาชน เนื่องจากยานพาหนะที่ได้รับความเสียหายเป็นทรัพย์สินที่จัดไว้เพื่อช่วยเหลือและดูแลประชาชนในพื้นที่ ทั้งรถดับเพลิง รถเก็บขยะ และยานพาหนะสำหรับภารกิจช่วยเหลือประชาชน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่และประชาชนยังต้องเผชิญกับผลกระทบด้านความรู้สึกและความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย

ด้านหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะต่ออาคารและยานพาหนะของทางราชการเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่โดยตรง พร้อมสะท้อนว่า การกระทำดังกล่าวมุ่งทำลายทรัพย์สินและสร้างผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อประชาชน จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่อง เฝ้าระวัง และร่วมกันต่อต้านการก่อเหตุที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชน

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานจากสถานที่เกิดเหตุแล้ว โดยอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงการตรวจดีเอ็นเอเพื่อเชื่อมโยงกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่ระหว่างการตรวจสอบและพิจารณาว่าสามารถกู้คืนข้อมูลได้หรือไม่ ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ หากมีความคืบหน้าหรือสามารถขยายผลไปถึงผู้ก่อเหตุได้ จะมีการชี้แจงให้ทราบต่อไป

ส่วนฝ่ายปกครอง ได้เสนอแนวทางเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ โดยเฉพาะการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ และพัฒนาระบบที่สามารถติดตามหรือแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์ได้ รวมถึงระบบสัญญาณ SOS เพื่อให้สามารถส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีแนวทางติดตั้งไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์บริเวณถนนหรือจุดเปลี่ยวในหมู่บ้าน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน

ขณะที่ประชาชนที่เข้าร่วมการประชุมต่างสะท้อนตรงกันว่า ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงขึ้นอีก และเห็นว่าทุกฝ่ายควรร่วมกันพูดคุยถึงแนวทางการช่วยเหลือและมาตรการดูแลความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตและติดต่อราชการได้ตามปกติ สำหรับการให้บริการประชาชนในช่วงที่อาคารเทศบาลได้รับความเสียหาย มีการเตรียมพื้นที่บริเวณด้านหน้าอาคารใกล้สนามฟุตบอลหญ้าเทียม เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำการชั่วคราวและรองรับประชาชนที่ต้องมาติดต่อราชการในระหว่างการฟื้นฟูสถานที่
ผู้เข้าร่วมประชุมยังได้สะท้อนว่า ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชุมชนสามารถดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ต่างฝ่ายต่างปฏิบัติหน้าที่และอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรม การจัดเวทีในครั้งนี้จึงมีความสำคัญในการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และรวมพลังของประชาชนให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ โดยยึดแนวทางสันติและไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง ภายหลังการประชุม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันถือป้ายรณรงค์ต่อต้านความรุนแรง เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกันของประชาชนและทุกภาคส่วนในพื้นที่ ภายใต้ข้อความ อาทิ “หยุดความรุนแรง หยุดการสูญเสีย” “เราไม่เอาความรุนแรง” “พลังประชาชนปฏิเสธความรุนแรง” “ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง” “รวมพลังยุติความรุนแรง” และ “เงียบไม่ใช่ทางออก เราต้องช่วยกันบอกเพื่อยุติความรุนแรง”
กิจกรรมดังกล่าวเป็นการส่งเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ว่า ความรุนแรงไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับฝ่ายใด หากแต่สร้างความสูญเสียและผลกระทบต่อประชาชนโดยรวม พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันดูแลความปลอดภัย สร้างความเข้าใจ และใช้แนวทางสันติในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ ที่ประชุมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนทุกศาสนาและทุกกลุ่ม ร่วมเป็นพลังสำคัญในการเฝ้าระวัง ป้องกันเหตุ และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เพื่อให้ตำบลพ่อมิ่งและพื้นที่โดยรอบกลับคืนสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืน
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
27 สิงหาคม 2569
#แม่ทัพภาคที่4
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า









Users Today : 544
Users Yesterday : 1449
Users Last 7 days : 23230
Users Last 30 days : 28518
Users This Month : 28518
Users This Year : 28518
Views Today : 744
Views Yesterday : 1743
Views Last 7 days : 26998
Views Last 30 days : 32827
Views This Year : 32827





