“จำคุก” กลุ่มก่อความรุนแรง 3 ปี หลังเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางเป็นอาวุธสงครามและเครื่องกระสุน

12

         เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ศาลจังหวัดนราธิวาส ได้อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีหมายเลขดำที่ อ.136/2569 ซึ่งเป็นคดีสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2566 ที่เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ หมู่ที่ 12 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา สามารถควบคุมตัว นายมูซากิร (สงวนนามสกุล) และ นายอับดุลฮากีม (สงวนนามสกุล) พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนสงครามและอาวุธปืนสั้น จำนวน 3 กระบอก รวมถึงเครื่องกระสุนและอุปกรณ์สนามจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

       โดยผลการพิจารณาคดี ศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 2 คน เป็นเวลา 3 ปี ในความผิดฐานอั้งยี่ และสะสมกำลังพลและอาวุธเพื่อก่อการร้าย ทั้งนี้ จำเลยทั้ง 2 ได้ให้การรับสารภาพในชั้นศาล ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ศาลจึงเมตตาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน โดยในระหว่างอุทธรณ์ศาลได้สั่งขังจำเลยทั้ง 2 ไว้

       เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์และบทเรียนครั้งสำคัญ สำหรับผู้ที่ยังคิดหลงผิดหรือถูกชักจูงให้เข้าสู่เส้นทางของการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ การกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมาย ท้ายที่สุดแล้วย่อมนำมาซึ่งการสูญเสียอิสรภาพและอนาคตของตนเองและครอบครัว

       กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอยืนยันความมุ่งมั่นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อยุติเหตุการณ์ความรุนแรงทุกรูปแบบ และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันเป็นพลังสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมและนำพาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่ความสันติสุขอย่างยั่งยืน หากพบเห็นเบาะแสผู้ก่อเหตุหรือการกระทำที่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. หมายเลข 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

17 กรกฎาคม 2569

คดีสำคัญจังหวัดชายแดนภาคใต้

ปาตานีไม่มีจริง

ปาตานีแค่วาทกรรม

สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

แม่ทัพภาคที่4

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า