(วันนี้ 24 มีนาคม 2569) เวลา 15.30 น. พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวความคืบหน้ากรณีควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา ในพื้นที่ ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส และการเข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ตำบลยุโป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 20.08 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ร่วมบูรณาการ 3 ฝ่าย ออกปฏิบัติตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดชั่วคราว บริเวณหน้าสำนักงานประมงอำเภอระแงะ หมู่ที่ 1 ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ขณะปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบชายวัยรุ่นจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 I สีเขียว-ดำ มีท่าทางพิรุธ จึงได้เรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายวิลดาน (สงวนนามสกุล) และผู้โดยสารคือ นายฮิกมี (สงวนนามสกุล) ทั้งสองมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส

จากการตรวจสอบพบว่า นายฮิกมี (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่ 149/2569 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2569 และมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิดบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ตันหยงมัส เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569

ภายหลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวบุคคลทั้งสองไปยัง กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 พร้อมบันทึกภาพการปฏิบัติทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส เพื่อดำเนินการจัดทำประวัติ สอบถามข้อมูลเบื้องต้น และดำเนินการควบคุมตัวตามกฎหมาย ก่อนส่งตัว นายฮิกมี (สงวนนามสกุล) ไปลงบันทึกประจำวัน ที่สถานีตำรวจภูธรระแงะ และส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลระแงะ หลังจากนั้นจึงส่งตัวไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 เพื่อขยายผลและตรวจสอบความเชื่อมโยงในเหตุการณ์ความมั่นคงต่อไป

สำหรับเหตุการณ์ที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 06.00 น. กรณีการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ตำบลยุโป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงได้จำนวน 3 ราย และเชิญตัวเจ้าของบ้าน1 ราย เข้าสู่กระบวนการซักถามตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยมีรายละเอียดดังนี้
- นายอัฟฟัน (สงวนนามสกุล) ที่อยู่ 21 ซอย 1 ถนนจารูพัฒนา ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา พฤติกรรมเป็นสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ ไม่มีหมายจับ นำส่งตัวดำเนินการซักถามขยายผล ณ ศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 อำเภอรามัน จังหวัดยะลา
- นายมูหะมะยูโซะ (สงวนนามสกุล) ที่อยู่ 43/1 หมู่ที่ 7 ตำบลปากล่อ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ที่อยู่ปัจจุบัน 27/11 หมู่ที่ 6 ตำบลยุโป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา พฤติกรรมเป็นสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ มีหมายจับ ดังนี้
– หมายจับตามประมวลกฎหมาย ป.วิอาญา จำนวน 1 หมาย คือหมายจับที่ 87/2569 ลงวันที่4 กุมภาพันธ์ 2569 ฐานร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธ หรือรับการฝึกการก่อการร้ายตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกัน เพื่อก่อการร้ายหรือกระทำความผิดใดๆ
– หมาย (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 จำนวน 1 หมาย ในเหตุการณ์ยิงราษฎรเสียชีวิต 2 ราย ในพื้นที่ ตำบลท่าสาป อำเภอเมืองยะลา เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2565 นำส่งตัวดำเนินการซักถามขยายผล ณ ศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี
และคาดว่าเป็นผู้ต้องสงสัยหลายเหตุการณ์ดังนี้
– เหตุลอบยิงใส่แฟลตตำรวจสถานีตำรวจภูธรลำใหม่ ในพื้นที่ บ้านต้นพิกุล หมู่ที่ 6 ตำบลลำใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561
– เหตุลอบวางระเบิดบริเวณหาดสมิหลา ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2561
– เหตุลอบยิงนายซาการียา เปาะจิ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ตำบลตาเซะ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา (เสียชีวิต) เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2562
– เหตุโจมตีฐานชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน บ้านทางลุ่ม หมู่ที่ 5 ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562
– ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ปะทะเขาตะโล๊ะสะโต ตำบลสะเอะ อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562
– เหตุลอบยิง นางสาวนิไอเซ๊าะ วิชา (เสียชีวิต) บริเวณริมถนนสาย 4082 ยะลา – วังพญา หมู่ที่ 13 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2563
– ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องเหตุลอบวางระเบิดหน้า ศอ.บต. ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563
– ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุคนร้ายยิงราษฎร (เสียชีวิตจำนวน 2 ราย) ในพื้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2565
- นายรีดวน (สงวนนามสกุล) ที่อยู่ 1/1 หมู่ที่ 1 ตำบลมะรือโบตก อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส พฤติกรรมเป็นสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ หมายจับตามประมวลกฎหมาย ป.วิอาญา จำนวน 3 หมาย ได้แก่
– หมายจับ 592/2566 ลง 27 พฤศจิกายน 2566 ฐานร่วมกันก่อการร้ายโดยใช้กำลังประทุษร้าย, ร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธเพื่อการก่อการร้าย , ร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำ หรือได้กระทำการตามหน้าที่โดยไตร่ตรองไว้ก่อน
– หมายจับ 180/2564 ลง 23 เมษายน 2564 ฐานร่วมการก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน
– หมายจับ 640/2567 ลง 3 ธันวาคม 2567 ฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
และคาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ กรณีเหตุปล้นรถเคอรี่นำไปประกอบระเบิดหลังสถานีตำรวจภูธรรามัน เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2564 นำส่งตัวดำเนินการซักถามขยายผล ณ ศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

และเจ้าของบ้าน นายรอมะ (สงวนนามสกุล) นำส่งตัวดำเนินการซักถามขยายผล ณ ศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย อาวุธปืนพกสั้น จำนวน 2 กระบอก, ซองกระสุน จำนวน 4 ซอง พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง พร้อมพ็อกเก็ตไวไฟ จำนวน 2 ชิ้น อยู่ในสภาพถูกทำลาย ซึ่งอาวุธปืนและของกลางทั้งหมดของผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ตรวจยึดได้ เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานจะเร่งสืบสวนหาที่มารวมทั้งประวัติการก่อเหตุและจะแจ้งให้สาธารณชนทราบในโอกาสต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จากเบาไปหาหนัก รวมทั้งการปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนและยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด โดยได้นำตัวผู้ถูกควบคุมตัวทั้ง 4 ราย ลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจภูธรตาเซะ และส่งตรวจร่างกายเบื้องต้นที่โรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์ต่อไป ขอให้พี่น้องประชาชนได้มีความมั่นใจในมาตรการการควบคุมพื้นที่และบังคับใช้กฎหมายของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ซึ่งได้ดำเนินการติดตามในทุกคดีที่เกิดขึ้น รวมทั้งขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่โทรเข้ามาแจ้งเบาะแส จนนำไปสู่การปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์เบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับผู้ให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เช่น การส่งเสบียง การให้ที่พักอาศัยหลบซ่อน หรือการกระทำอื่นใดที่เป็นการสนับสนุน จะมีความผิดตามมาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แม่ทัพภาคที่4
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า










Users Today : 262
Users Yesterday : 0
Users Last 7 days : 4069
Users Last 30 days : 39582
Users This Month : 28262
Users This Year : 90166
Views Today : 289
Views Yesterday :
Views Last 7 days : 4760
Views Last 30 days : 49773
Views This Year : 114936





