โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เผยเร่งนำอาวุธปืนที่ยึดได้จากกรณี  การบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ตำบลสะเตงนอก ไปตรวจพิสูจน์ หลังพบผู้เสียชีวิตมีประวัติพัวพันคดีสำคัญและร่วมก่อเหตุวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในจังหวัดยะลา

10

         จากกรณีการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต ในที่เกิดเหตุ 1 รายนั้น ล่าสุด พันเอก ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบหลักฐานในจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด สามารถตรวจยึดอาวุธปืนยี่ห้อซีแซด (CZ) ที่คนร้ายใช้ยิงใส่เจ้าหน้าที่

         ขณะนี้ได้ส่งมอบให้ทางหน่วยพิสูจน์หลักฐานดำเนินการตรวจสอบวิถีกระสุนและเก็บลายนิ้วมือแฝง เพื่อนำไปขยายผลเปรียบเทียบกับคดีความมั่นคงอื่นๆ ในพื้นที่ว่าเคยถูกใช้ก่อเหตุที่ใดมาบ้าง สำหรับผู้เสีย ชีวิตคือ นายนัสรูเลาะห์ สะมะ ผู้ต้องหารายสำคัญที่มีหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ติดตัวถึง 3 หมาย ประกอบด้วย

  • หมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่ 285/2562: เหตุก่อความรุนแรง ชุดคุ้มครองตำบลลำพะยา เมื่อ 5 พฤศจิกายน 2562 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย เนื่องจากตรวจพบ คราบเลือดของผู้ก่อเหตุในที่เกิดเหตุ
  • หมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่ 177/2564: ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์เพื่อนำรถยนต์ไปซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่องและนำจอดหลังสถานีตำรวจภูธรรามัน เมื่อปี 2564
  • หมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่ 326/2568: ข้อหาแขวนป้ายผ้าสร้างสถานการณ์ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อ 13 กรกฎาคม 2566

         จากข้อมูลด้านการข่าวคาดว่าผู้เสียชีวิตร่วมก่อเหตุลอบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ จุดตรวจพงยือไร อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อ 23 ธันวาคม 2568 และลอบยิงฐานปฏิบัติการ ของกองกำกับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อ 28 ธันวาคม 2568 รวมถึงมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วางระเบิดและวางเพลิง สถานีบริการน้ำมันบนเส้นทาง 418 ขาเข้า อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

         โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เน้นย้ำว่า การตรวจยึดอาวุธปืนในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อรูปคดี เพราะจะเป็นหลักฐานสำคัญในการเชื่อมโยงถึงกลุ่มขบวนการที่ยังหลบหนี โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะยังคงเดินหน้าปฏิบัติการเพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชน

แม่ทัพภาคที่4

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า