Home Blog หน้า 28
          วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลตรี อัฑฒเศรษฐ์ เต็มมีศรี รองผู้อำนวยการสำนักอำนวยการข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เข้าร่วมประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (VTC) หน่วยขึ้นตรง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ครั้งที่ 4 / 2569 โดยมี พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก / เลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นประธานการประชุม เพื่อดำเนินการชี้แจงการปฏิบัติ และการประสานที่สำคัญ           โอกาสนี้ พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีประเด็นด้านความมั่นคงที่ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยเฉพาะสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งจำเป็นต้องเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่พี่น้องประชาชน เพื่อลดความตื่นตระหนก ภายหลังมีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาได้ยิงเครื่องยิงลูกระเบิดตกในพื้นที่ชายแดน ขณะเจ้าหน้าที่ทหารไทยกำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน          ...
          เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองร้อยทหารพรานที่ 4102 ลงพื้นที่โรงเรียนมะฮัดดะวะห์อิสลามียะห์ หมู่ที่ 5 ตำบลตะโละหะลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ดำเนินกิจกรรม “ครูช่วยสอน” ภายใต้หัวข้อ “การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม” โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังให้เยาวชนมีความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสนา และวิถีชีวิต สร้างทัศนคติที่ดีต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เคารพซึ่งกันและกัน และร่วมกันพัฒนาชุมชนของตนเองให้เข้มแข็ง            ภายในกิจกรรม เจ้าหน้าที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักเรียนอย่างใกล้ชิด เปิดพื้นที่ให้ซักถามข้อสงสัย เสริมสร้างความไว้วางใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการเป็นพลังสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้พบปะพูดคุยกับคณะครู เพื่อกระชับความสัมพันธ์ รับฟังข้อเสนอแนะ และประเมินทัศนคติต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปปรับปรุงการดำเนินงานให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น แม่ทัพภาคที่4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
          เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนในจังหวัดปัตตานี เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และร่วมกันพัฒนาพื้นที่ให้เกิดความสงบสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองร้อยทหารพรานที่ 4210 ร่วมกับ ฝ่ายปกครองอำเภอปะนาเระ และเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลบ้านนอก ลงพื้นที่พบปะโต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดและประชาชนในพื้นที่ตำบลบ้านนอก อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เพื่อรับฟังปัญหา สอบถามสารทุกข์สุขดิบ และเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาชุมชน ทั้งด้านความเป็นอยู่ ความปลอดภัย และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานของภาครัฐตอบโจทย์และสอดคล้องกับบริบทชุมชนอย่างแท้จริง           นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมมอบอินทผลัมและเครื่องดื่ม เพื่อใช้ในการละศีลอดในช่วงเย็นของเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นห้วงเวลาสำคัญทางศาสนา สะท้อนถึงความเคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความตั้งใจจริงในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม           ในเวลา 17.00 น. กองร้อยทหารพรานที่ 4204 ร่วมกับชุดคุ้มครองตำบลสะกำ จัดกิจกรรมมอบอินทผลัมแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน เพื่อนำไปใช้ละศีลอดในช่วงค่ำ ณ จุดตรวจหน้าฐานปฏิบัติการ บ้านกูดังบาเดาะ หมู่ที่ 4 ตำบลสะกำ อำเภอมายอ...
          เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 จัดกำลังพลร่วมบริจาคโลหิต ภายใต้โครงการ “70 พรรษา 70 ล้านซีซี” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตำบลมะรือโบออก อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรองโลหิตให้แก่ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วย รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ โดยสามารถรวบรวมโลหิตได้ทั้งสิ้น 20,250 ซีซี           ทั้งนี้ การบริจาคโลหิตดังกล่าวสะท้อนถึงความเสียสละและจิตอาสาของกำลังพล ที่พร้อมเป็นผู้ให้เพื่อช่วยต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคงทางสาธารณสุข เสริมความอุ่นใจให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง แม่ทัพภาคที่4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
          จากกรณีเหตุคนร้ายลอบวางวัตถุระเบิดในห้องน้ำสถานีบริการน้ำมัน ปตท.จำนวน 4 จุด ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น           ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ สามารถนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้วจำนวน 3 ราย จากงานด้านการข่าวและผลการซักถามเพิ่มเติมจากผู้ต้องสงสัย พร้อมทั้งการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง พบรถยนต์ต้องสงสัยที่คาดว่าใช้ในการก่อเหตุหรือให้การสนับสนุนผู้ก่อเหตุ และจากการสืบสวนขยายผลพบความเชื่อมโยงไปยังบุคคลต้องสงสัย ทราบชื่อ นายซุลกิฟลี (สงวนนามสกุล)           ต่อมา วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวบุคคลดังกล่าว พร้อมตรวจยึดรถยนต์กะบะ ยี่ห้อ อีซูซุ ตอนเดียว สีเทา ทะเบียน ผพ 7937 สงขลา ที่คาดว่าใช้ในการก่อเหตุ ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยได้ทำการลงบันทึกประจำวัน ณ สถานีตำรวจภูธรตุยง จากนั้นนำตัวเข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหนองจิก อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ก่อนส่งเข้าควบคุมตัวเพื่อซักถาม ณ ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง  อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี           ทั้งนี้...
          จากกรณีใช้อาวุธปืนยิงรถพ่วงบรรทุกไม้ยางพาราบริเวณบ้านบูโล๊ะสะนีแย หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 20.55 น. ทีผ่านมานั้น           จากเหตุการณ์ดังกล่าวมุ่งหวังทำลายชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอประนามกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่ก่อเหตุในลักษณะของการมุ่งสร้างความหวาดกลัว กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์ และส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและระบบคมนาคมในพื้นที่อย่างชัดเจน แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจและไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนทั่วไป           การกระทำดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามบ่อนทำลายบรรยากาศความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และสร้างเงื่อนไขให้เกิดความหวาดระแวงในสังคม ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อผู้ประกอบการหรือเจ้าของทรัพย์สินโดยตรงเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจรในบริเวณดังกล่าว ที่อาจตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งยังเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์เศรษฐกิจในพื้นที่ ที่ทุกภาคส่วนกำลังร่วมกันฟื้นฟูและพัฒนาให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน           การก่อเหตุในลักษณะนี้ไม่อาจยอมรับได้ในทุกกรณี เพราะเป็นการใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือ สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และกระทบต่อภาพรวมของความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ต่างต้องการเพียงการดำรงชีวิตอย่างสงบสุข ปลอดภัย และมีโอกาสในการประกอบอาชีพโดยปราศจากความหวาดกลัวใด ๆ           โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นในห้วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นเดือนอันประเสริฐของพี่น้องชาวไทยมุสลิม อันเป็นช่วงเวลาแห่งศรัทธา ความเมตตา และการสร้างสันติสุข การใช้ความรุนแรงในช่วงเวลาดังกล่าวยิ่งสะท้อนถึงการไม่เคารพต่อหลักศาสนาและความต้องการของประชาชนที่มุ่งหวังความสงบเรียบร้อย           ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเร่งรัดสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เพื่อปกป้องความปลอดภัยของพี่น้อง          ประชาชนในพื้นที่ต่อไป หากพี่น้องประชาชนพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือมีเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4...