จิตอาสาพระราชทาน กองพลทหารราบที่ 15 รวมพลังชุมชนเทพา ปล่อยปูดำ 150,000 ตัว ฟื้นฟูทรัพยากรทะเลเทพา เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

12

          เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ธนาคารปูบ้านหัวเขื่อน หมู่ที่ 7 ตำบลเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน กองพลทหารราบที่ 15 โดย กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 15 นำกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับ ส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศล ปล่อยพันธุ์ปูดำ จำนวน 150,000 ตัว  ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 เพื่อร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทรัพยากรทางทะเลซึ่งมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่ชายฝั่ง โดยมีนายสราวุธ ซุ่นพงศ์ นายอำเภอเทพา เป็นประธาน

          การปล่อยปูดำจำนวน 150,000 ตัว มีเป้าหมายสำคัญในการช่วยเพิ่มประชากรสัตว์น้ำในแหล่งธรรมชาติ และฟื้นฟูความสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่ง เมื่อทรัพยากรสัตว์น้ำมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น ย่อมส่งผลต่อเนื่องถึงชาวประมงพื้นบ้านและครอบครัวที่พึ่งพาทรัพยากรจากทะเลและพื้นที่ชายฝั่งในการดำรงชีวิต ในระยะยาว การฟื้นฟูแหล่งพันธุ์สัตว์น้ำยังช่วยสร้าง “ความมั่นคงทางอาหาร” ให้กับชุมชน เพราะทรัพยากรที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติสามารถเป็นแหล่งอาหารของประชาชน และหากมีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ยังสามารถต่อยอดเป็นรายได้ของครัวเรือน ลดการพึ่งพาทรัพยากรจากภายนอก และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจระดับชุมชน

          อีกทั้ง “ธนาคารปู” ยังเป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ ตั้งแต่การเพาะเลี้ยง การปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ไปจนถึงการกำหนดแนวทางใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเหมาะสม ทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและเห็นความสำคัญของการรักษาทรัพยากรในพื้นที่ของตนเอง กิจกรรมครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มจำนวนปูดำในแหล่งน้ำเท่านั้น แต่เป็นการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐกับชุมชน ให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายฝั่ง

          เมื่อระบบนิเวศได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ย่อมช่วยเพิ่มโอกาสให้ทรัพยากรทางทะเลกลับมามีความสมบูรณ์ เกิดแหล่งอาหารตามธรรมชาติ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนประมงในอนาคต ขณะเดียวกันยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ให้กับคนในพื้นที่ ให้เห็นว่าการดูแลธรรมชาติไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน กิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของการ “ทำความดีควบคู่กับการดูแลบ้านของเรา” โดยเริ่มจากการฟื้นฟูทรัพยากรเล็ก ๆ ในชุมชน และต่อยอดไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหาร สร้างรายได้ และรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน

…………………………………………………….

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

15 สิงหาคม 2569

เพื่อสังคมสันติสุข

แม่ทัพภาคที่4

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า