ศาลฎีกาพิพากษายืน สั่งจำคุกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงคดีแขวนป้ายผ้าป่วนใต้ ย้ำพยานหลักฐานมัดตัวแน่น ตอกย้ำบรรทัดฐาน “ความจริงหลังคำพิพากษา” ก่อเหตุป่วนพื้นที่ต้องชดใช้ด้วยอิสรภาพ

14

          ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีความมั่นคง 2 คดีสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผลของคำพิพากษาพิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของพยานหลักฐานและการบังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาด ดังนี้:

          คดีแรก: เหตุแขวนป้ายผ้าปลุกระดม แยกปูตะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส (ปี 2564) ศาลฎีกาพิพากษายืนให้ลงโทษจำเลย 4 ราย ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่และสร้างความปั่นป่วนในหมู่ประชาชน โดยจำเลยที่ 1 – 3 ถูกสั่งจำคุกคนละ 2 ปี ปรับ 55,000 บาท (โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี) ส่วนจำเลยที่ 4 คือ นายซัมปูวัน มามะ ศาลสั่งจำคุก 1 ปี โดย “ไม่รอการลงโทษ”

          คดีที่ 2 : เหตุแขวนป้ายผ้าสร้างความปั่นป่วน ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี (ปี 2566) คดีนี้พยานหลักฐานมีความรัดกุมอย่างยิ่ง โดยจำเลยที่ 1 คือ นายซัมปูวัน มามะ ได้ให้การซัดทอดถึงผู้ร่วมขบวนการ ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนภายในบ้านพัก ศาลฎีกาจึงพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกจำเลยทั้ง 3 ราย โดยไม่รอการลงโทษ:

  • นายซัมปูวัน (จำเลยที่ 1): จำคุก 5 ปี 20 เดือน
  • นายไพซอล (จำเลยที่ 2): จำคุก 5 ปี 8 เดือน
  • นายอัฟกันร์ (จำเลยที่ 3): จำคุก 2 ปี 8 เดือน

          ผลของคำพิพากษานี้ สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรม และเป็นเครื่องเตือนใจแก่กลุ่มที่คิดจะสร้างความรุนแรงว่า การกระทำที่ทำลายความสงบสุขของประชาชน จะต้องจบลงด้วยการถูกดำเนินคดีถึงที่สุด

แม่ทัพภาคที่4

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า