คืนวิถีชีวิต คืนวัฒนธรรม คืนความสุขสู่ชายแดนใต้

คืนวิถีชีวิต คืนวัฒนธรรม คืนความสุขสู่ชายแดนใต้

     ปิดฉากด้วยรอยยิ้มและความสุขสนุกสนานกันทั่วหน้าสำหรับชาวจังหวัดยะลา หลังเสร็จสิ้นงาน “มหกรรมคืนความสุข สู่ชายแดนใต้” ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗ จนถึงวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๗ เป็นมหกรรมงานใหญ่ที่รวมงานย่อยอยู่ในงานเดียวกันหลายงาน เช่น งานวันผลไม้ยะลาและปศุสัตว์ชายแดนใต้  งานรวมพลังประกาศความเข้มแข็งของสตรีชายแดนใต้ รวมทั้งงานแสดงศิลปวัฒนธรรม การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน และที่สร้างความตื่นเต้นสนุกสนานคือ การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี นับเป็นงานมหกรรมที่สร้างความสนุกสนานแก่ คนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพครั้งสำคัญอย่างไม่เคยมีมาก่อนในจังหวัดยะลา

     มหกรรมงานครั้งนี้เปิดพิธีเป็นทางการเมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗ โดยพลโท วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ ๔/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ เป็นประธาน ซึ่งนายเดชรัช   สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้อนุมัติให้จัดขึ้นที่บริเวณสวนขวัญเมือง ในเนื้อที่นับพันไร่ มีทะเลสาบจำลองขนาดใหญ่ ซึ่งนอกจากเป็นที่พักผ่อนของชาวยะลาแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญประจำจังหวัด และเป็นที่ภาคภูมิใจของชาวยะลา เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของสนามแข่งนกเขาชวาเสียงที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

     กิจกรรมสำคัญที่มากับการเปิดพิธีอย่างเป็นทางการ คือ การประกวดขบวนพาเหรดผลไม้ของแต่ละอำเภอ ซึ่งเน้นผลไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำอำเภอ เช่น อำเภอรามัน มีสัปปะรดของตำบลเกะรอ ที่มีรสชาดดีเป็นที่รู้จัก  ส่วนอำเภอธารโต และอำเภอบันนังสตา มีกล้วยหินเป็นสัญลักษณ์ ประดับประดากับผลไม้อื่นๆ หลายชนิดที่กำลังออกผลในปัจจุบัน เช่น ลองกอง ทุเรียน เงาะ มังคุด ฯลฯ มีการจัดซุ้มผลไม้สำหรับชาวสวนนำผลไม้จากสวน  มาจำหน่าย และชิมรสชาดฟรีโดยไม่คิดราคาตลอดงาน นอกจากนี้ยังจัดให้มีกิจกรรรมแข่งขันกินผลไม้ตอนเย็นๆ ของทุกวัน ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวยะลา เข้าร่วมการแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน

     ส่วนงานที่เกี่ยวกับการปศุสัตว์ เป็นการประกวดโคยักษ์ และประกวดแพะประเภทต่างๆ โดยมีเกษตรกรกลุ่มต่างๆ ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมกิจกรรม นอกจากเป็นการแข่งขันแล้ว ยังเป็นโอกาสในการพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิชาการ และสร้างสัมพันธ์ในอันที่จะร่วมมือและช่วยเหลือเกษตรด้วยกัน นอกจากมีการประกวดแพะประเภทต่าง ๆ แล้ว ยังมีการวิ่งแข่งแพะชิงตำแหน่งเจ้าลมกรดคือการวิ่งแข่งแพะซึ่งเจ้าของต้องวิ่งไปพร้อมกันท่ามกลางเสียงเชียร์จากผู้ชมอย่างสนุกสนาน สำหรับแพะที่ปราชัยจากการแข่งขัน เจ้าของแพะสามารถเข้าร่วมแข่งขันประกวดเลียนเสียงแพะ เจ้าของแพะคนใดสามารถเลียนเสียงแพะคล้ายเคียงมากที่สุดก็รับรางวัลกลับไป

     นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวผ่านสื่อมวลชนว่า สำหรับการจัดงานครั้งนี้เป็นการคืนความสุขให้แก่ประชาชนในจังหวัดยะลา เพราะประชาชนในจังหวัดยะลาและจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ประสบปัญหาเรื่องราคาผลไม้ ก็เลยถือโอกาสนี้นำเสนอเรื่องผลไม้ของยะลา ซึ่งจังหวัดยะลามีผลไม้มากมาย โดยเฉพาะทุเรียนที่ได้ชื่อว่ามีมากที่สุดในประเทศไทย ก็เอาผลไม้มาโชว์ให้ประชาชนได้ชิม ให้ประชาชนได้เลือกซื้อ สร้างรายได้แก่เกษตรกร  นอกจากนั้นจังหวัดยะลามีการดำเนินการตามรอยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโครงการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง เราก็ถือโอกาสนี้ นำเสนอกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ให้ประชาชนได้รับทราบ

     ส่วนงานที่เกี่ยวกับการปศุสัตว์ เป็นการประกวดโคยักษ์ และประกวดแพะประเภทต่างๆ โดยมีเกษตรกรกลุ่มต่างๆ ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมกิจกรรม นอกจากเป็นการแข่งขันแล้ว ยังเป็นโอกาสในการพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิชาการ และสร้างสัมพันธ์ในอันที่จะร่วมมือและช่วยเหลือเกษตรด้วยกัน นอกจากมีการประกวดแพะประเภทต่าง ๆ แล้ว ยังมีการวิ่งแข่งแพะชิงตำแหน่งเจ้าลมกรดคือการวิ่งแข่งแพะซึ่งเจ้าของต้องวิ่งไปพร้อมกันท่ามกลางเสียงเชียร์จากผู้ชมอย่างสนุกสนาน สำหรับแพะที่ปราชัยจากการแข่งขัน เจ้าของแพะสามารถเข้าร่วมแข่งขันประกวดเลียนเสียงแพะ เจ้าของแพะคนใดสามารถเลียนเสียงแพะคล้ายเคียงมากที่สุดก็รับรางวัลกลับไป

     นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น เช่น การแข่งขันการกรีดยาง การลับมีดกรีดยาง ขององค์การสงเคราะห์การ ทำสวนยางพาราจังหวัดยะลา การแข่งขันลีลาในการขูดมะพร้าว, ลีลาในการตำส้มตำของสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา ซึ่งมีกติกาว่าทีมแข่งขันต้องมี ๒ คน ขณะที่คนหนึ่งกำลังทำการ ขูดมะพร้าวหรือตำส้มตำ อีกคนหนึ่งที่เป็นคู่ต้องร่ายรำประกอบสลับกันไป สร้างความสนุกสนานตลอดการแข่งขัน การแข่งลิงขึ้นเก็บลูกมะพร้าวมีประชาชนและเกษตรกรนำลิงมาร่วมกิจกรรมจำนวนมากเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีการประกวดวาดภาพระบายสีทั้งประเภทประชาชน นักเรียน นักศึกษา มีผู้รักงานศิลปะการวาดภาพเข้าแข่งขันจำนวนมากอย่างไม่น่าเชื่อ เรียกได้ว่างานครั้งนี้สามารถคืนรอยยิ้ม สร้างความสุข สนุกสนาน สู่ชายแดนใต้ให้คน ทุกกลุ่มอย่างทั่วหน้า

     กิจกรรมที่สร้างสีสันและสนุกสนานอีกกิจกรรมหนึ่งคือ การแข่งขันแข่งเรือยาว ๕ ฝีพาย โดยฝีพายจากอำเภอต่างๆ เข้าร่วมแข่งขัน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มีกองเชียร์ แต่ละทีมร่วมกันเชียร์อย่างสนุกสนานไม่แพ้กิจกรรมอื่นๆ สำหรับกิจกรรมบนเวทีในช่วงกลางคืนมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมอย่างเช่น ดีเกฮูลู มีงานมหกรรมแสดงดนตรีจากวงดนตรีระดับท้องถิ่น และนักร้องระดับชาติ มาร่วมงานอย่างคับคั่ง นอกจากนี้ยังมีเสียงเพลง “คืนความสุขให้คนในชาติ” ผลงานการประพันธ์ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กับเพลง “รอวันใต้สันติสุข” ซึ่งประพันธ์และขับร้องโดยนายเดชรัช สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา หรือที่รู้จักในนาม “แอ นาคอ” ศิลปินสายเลือดชาวใต้ เปิดให้ฟังตลอดงาน

     เป็นการยากถ้าหากจะบอกว่า มหกรรมคืนความสุขสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้มีอะไรเป็นไฮไลต์ที่สำคัญ เพราะทุกกิจกรรมล้วน มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นการร่วมมือระหว่างส่วนราชการกับประชาชนแต่ละกลุ่ม แต่ละอาชีพ ถือว่ามีความสำคัญที่เท่าเทียมกัน และแต่ละกิจกรรมล้วนเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของพี่น้องชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่สำคัญเหมือนๆ กัน จึงเรียกได้ว่าการ จัดงานครั้งนี้ นอกจากเป็นการจัดงานเพื่อคืนความสุขให้กับคนในชาติ ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติครั้งสำคัญแล้ว ยังเป็นการคืนวิถีชีวิต ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมอีกประการหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กำลังขับเคลื่อนในปัจจุบัน

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า