ก้าวต่อไปกับการแก้ปัญหา จชต.

ก้าวต่อไปกับการแก้ปัญหา จชต.

     ภารกิจด้านความมั่นคงของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแล้ว การประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจโดยอาศัยข้อเท็จจริงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพราะเป้าหมายของขบวนการคือการสร้างความเกลียดชังและความแตกแยกภายในชาติ โดยการก่อเหตุสร้างสถานการณ์บิดเบือนข้อเท็จจริง และโยนความผิดให้กับเจ้าหน้าที่รัฐพร้อมกล่าวหาว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเป็นเงื่อนไขสากลระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีการปลูกฝังอุดมการณ์ความเป็นเอกราชให้กับกลุ่มแนวร่วม ขับเคลื่อนร่วมกับองค์กรภาคประชาชนบางองค์กร เพื่อไปสู่ปลายทางคือสิทธิการกำหนดใจตนเอง อันมีเอกราชเป็นเป้าหมายสุดท้าย

     ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ กรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวนายอาดีล สาแม อายุ ๑๘ ปี เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๗ ถูกนำไปบิดเบือนว่าเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนจี้บังคับ และทำร้ายร่างกายจนสลบ ต้องนำส่งโรงพยาบาล มีใบรับรองแพทย์ว่าถูกทำร้ายร่างกาย และนำไปสู่การกล่าวหาเจ้าหน้าที่ว่าซ้อมทรมานผู้ต้องสงสัยและกระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน

     เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา สืบเนื่องต่อจากเหตุการณ์การลอบวางระเบิดใจกลางเมืองยะลาเมื่อวันที่ ๖ - ๗ เมษายน ซึ่งตรวจพบหลักฐานและสงสัยว่านายอาดีลฯ น่าจะมีส่วนในเหตุการณ์ครั้งนี้ จึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายติดตามไปยังบ้านหลังดังกล่าว ได้พบตัวนายอาดีลฯ จึงทำการสอบถาม ในขณะที่มีการสอบถาม นายอาดีลฯ เกิดความเครียด มีอาการชักและหมดสติ ซึ่งเป็นโรคประจำตัวที่เคยเป็นมาแล้วเมื่อปี ๒๕๕๓ ต่อมาเหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นข่าวเผยแพร่ในสื่อมวลชน โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ว่า เจ้าหน้าที่ซ้อมผู้ต้องหาอย่างทารุณ ทำให้เกิดความเสียหายและส่งผลต่อความเชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเรื่องดังกล่าว พลโท วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ ๔ /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ได้สั่งการให้ตรวจสอบ และได้แถลงข้อเท็จจริงผ่านสื่อมวลชนเมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดยได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดี เจ้าหน้าหน่วยทหารพรานซึ่งมีหน้าที่ควบคุมตัวเพื่อซักถาม พร้อมหลักฐานใบรับรองแพทย์โรงพยาบาลศูนย์ยะลา และผลการตรวจจากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มายืนยันว่าไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ส่วนการเข้าตรวจค้นได้ใช้เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายและปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งนายอาดีลฯ ได้ให้ความร่วมมือโดยไม่ขัดขืน จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้อาวุธจี้บังคับอย่างที่เป็นข่าว สำหรับการควบคุมตัวในระหว่างการซักถาม ได้ปฏิบัติตามหลักการสิทธิมนุษยชนกับการให้เกียรติในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อันเป็นแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการให้ข้อมูลด้วยความเต็มใจ ซึ่งผลจากการซักถามในภายหลังนายอาดีลฯ ได้สารภาพว่าตนเองได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวจริง

     นี่คือตัวอย่างของสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการต่อสู้ด้านจิตวิทยาการเมืองระหว่างกลุ่มขบวนการกับฝ่ายความมั่นคงโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า ที่ดำเนินมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งกรณีนี้ไม่ใช่กรณีแรกและกรณีสุดท้าย เพราะกลุ่มขบวนการยังคงเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่ต้องการคือ สิทธิการกำหนดใจตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของการก่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในระยะนี้ ทั้งการ     ก่อเหตุต่อกลุ่มเป้าหมายอ่อนแอ และเป้าหมายทางเศรษฐกิจอย่างเหตุการณ์ลอบวางระเบิดในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา เมื่อวันที่ ๖ - ๗  เมษายน ๒๕๕๗ และในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่  ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และครั้งล่าสุดในพื้นที่ ๘ อำเภอ ของจังหวัดยะลาและจังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ทั้งนี้ เพื่อสร้างสถานการณ์กดดันหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคง นั่นคือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

     นับจากนี้ไป การปฏิบัติงานแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องเพิ่มความเข้มข้นทั้งมาตรการรักษาความปลอดภัย และการจัดการกับปัญหาภัยแทรกซ้อน โดยเฉพาะยาเสพติดขั้นเด็ดขาด ซึ่ง พลโท วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ ๔/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ได้ให้ความสำคัญในด้านมาตรการการระวังป้องกัน ที่เป็นระบบ และขีดความสามารถด้านการปฏิบัติของกำลังพลแต่ละระดับ ซึ่งได้เน้นย้ำต่อผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอว่า“ระบบบกพร่องต้องแก้ไขที่ระบบ คนบกพร่องต้องแก้ไขที่คน” รวมทั้งงานด้านปฏิบัติการข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ต้องเพิ่มขีดความสามารถ ใช้อุปกรณ์และช่องทางการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการปฏิบัติสูงสุด นั้นคือ สร้างความเข้าใจ ไม่สร้างเงื่อนไข ให้ความเป็นธรรม ร่วมทางสู่สันติภาพภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยให้จงได้




............................................................................................................


ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า