บทความพิเศษ “กองทัพเคียงคู่ประชาชน” ตอน “ ชป.กร. ฟื้นฟูช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ”

บทความพิเศษ “กองทัพเคียงคู่ประชาชน” ตอน  “ ชป.กร. ฟื้นฟูช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ”


     อุทกภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นทางภาคใต้ของประเทศไทยตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๙ ต่อเนื่องจนถึงต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๐ ได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งบ้านพักอาศัย โรงพยาบาล โรงเรียน วัด  มัสยิด สถานีรถไฟ และสถานที่ต่างๆ ไปทั่วเกือบทุกพื้นที่ทั้งในเขตอำเภอเมืองรวมถึงในพื้นที่ห่างไกล  และเมื่อสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติสิ่งที่เหลือทิ้งไว้มีเพียงซากแห่งความเสียหายซากปรักหักพัง ข้าวของเครื่องใช้ที่เสียหายวางเกลื่อนกลาดในบ้าน  ซากเสาบ้านที่เหลือทิ้งไว้หลังจากที่กระแสน้ำได้พัดหายไปทั้งหลัง ซึ่งซากแห่งความเจ็บปวดเหล่านี้มันยิ่งตอกย้ำความทุกข์ให้กับผู้ประสบอุทกภัยเป็นอย่างยิ่ง การเข้าให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูสภาพอาคาร บ้านเรือน สิ่งก่อสร้างต่างๆ จึงถือเป็นภารกิจสำคัญจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต่างได้ร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือ ซึ่ง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า โดย พล.ท.ปิยวัฒน์  นาควานิช  แม่ทัพภาคที่ ๔  ได้ตระหนักและให้ความสำคัญ  อย่างยิ่งในการเร่งเข้าฟื้นฟู  ปรับปรุง  ซ่อมแซม  สร้าง อาคารสิ่งปลูกสร้างและสิ่งอื่นๆ ที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้โดยเร็วที่สุดตามแนวทางนโยบายของ   ท่านนายกรัฐมนตรี  และจากปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยในห้วงที่ผ่านมานี้ ทำให้หน่วยปฏิบัติการที่มีความสำคัญเปรียบเสมือนม้าเร็วในการเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของชาวบ้านในนาม “ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน” (ชป.กร.) หรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่า “ชป.กร. ผ้าพันคอสีฟ้า ”

     เมื่อกล่าวถึง ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน  (ชป.กร.)  บางท่านอาจยังไม่คุ้นหูหรืออาจไม่รู้ว่ามีหน้าที่ ภารกิจอย่างไร  ซึ่ง ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ชป.กร.) นี้ เป็นหน่วยที่ กอ.รมน.ภาค ๔ สน. ได้จัดตั้งขึ้นในหน่วยระดับกองร้อย ทพ. , ร้อย.ร. และร้อย.ตชด. ในพื้นที่ ๓ จชต.และ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา  เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและร่วมพัฒนาพื้นที่ในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การสนับสนุนขับเคลื่อนโครงการประชารัฐในหมู่บ้าน การให้ความช่วยเหลือ/ดูแลรักษาสุขภาพประชาชนในหมู่บ้าน หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ การเก็บข้อมูลพื้นฐาน การรับฟังปัญหาของชาวบ้านในหมู่บ้านเพื่อเสนอข้อมูลพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการพัฒนา/แก้ไขปัญหาต่างๆ  ซึ่งการปฏิบัติงานของ ชป.กร. จะดำเนินการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ อาทิเช่น ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ (ศปก.อำเภอ) เป็นต้น โดย ในปี  ๒๕๖๐ พล.อ.เฉลิมชัย  สิทธิสาท  ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้มอบนโยบายและ  กรอบแนวทางการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของ ชป.กร. พร้อมกำหนดให้ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ชป.กร.) ทุกหน่วยผูกผ้าพันคอสีฟ้าเพื่อเป็นสัญลักษณ์แยกจากหน่วยปฏิบัติอื่นๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่

     ภารกิจการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยของชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน หรือ “ชป.กร.” โดยการ สั่งการของ  พล.ท.ปิยวัฒน์  นาควานิช  แม่ทัพภาคที่ ๔/ผอ.รมน.ภาค ๔ สน. ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ได้เริ่มให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๕๙  ต่อเนื่องจนถึงขณะนี้  โดยการเข้าให้ความช่วยเหลือสร้าง/ซ่อมแซมบ้านพักอาศัย การนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เข้าตรวจรักษาโรค การทำความสะอาดอาคารโรงเรียน  วัด มัสยิด  การซ่อมมอเตอร์ไซค์  การตัดผมฟรีและกิจกรรมจำเป็นอื่นๆ  รวมถึงการนำเครื่องอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์สิ่งของจำเป็นที่ใช้ในการซ่อมแซมบ้านเรือนมอบให้กับพี่น้องประชาชนซึ่งสามารถช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินและคลายทุกข์ให้กับชาวบ้านในการช่วยซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้น ในครั้งนี้ได้ และการได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพที่ผ่านมานั้น ทำให้ผู้ประสบภัยต่างรู้สึกปลาบปลื้ม ดีใจ  ผู้เฒ่าคนชราต่างซาบซึ้งใจที่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลจากหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่มาให้บริการ และในทุกเสียงสะท้อนของประชาชนใน จชต. ต่างขอขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรี  กอ.รมน.ภาค ๔ สน. และทุกภาคส่วนในความเอาใจใส่ดูแลประชาชนในพื้นที่ห่างไกลทำให้ชาวบ้านต่างรู้สึกอบอุ่น  ไม่ถูกทอดทิ้ง และรับรู้ได้ถึงความจริงใจของกองทัพที่มอบให้ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนทุกศาสนิกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีความสุขสันติอันจะเห็นได้จากภาพ ประชารัฐร่วมใจ” ได้เกิดขึ้นทุกแห่งของการเข้าฟื้นฟูซ่อมแซม/สร้างอาคาร  บ้านเรือน  โรงเรียน  วัด  มัสยิด ภาพแห่งความเป็น “กองทัพเคียงคู่ประชาชน” ที่เหล่าทหารหาญต่างร่วมมือร่วมใจลงมือปฏิบัติอย่างทุ่มเทมุ่งมั่นในการ  ให้ความช่วยเหลือนั้น   เหล่าบรรดาพี่น้องประชาชนไม่อาจหาสิ่งของใดมาตอบแทนได้นอกเหนือจากคำกล่าวจากใจว่า  “ตรี มอ กา เซ๊ะ”  หรือ “ขอบคุณ”  เพื่อแทนความรู้สึกของประชาชนทุกศาสนิกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่แม้จะอยู่ห่างไกลสุดชายแดนประเทศไทยแต่ก็ไม่เคยถูกละเลยและได้รับการช่วยเหลือจากท่านนายกรัฐมนตรี  กองทัพและทุกภาคส่วนอย่างรวดเร็ว  เป็นดั่ง “ธารน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” ซึ่งเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่อยู่คู่  ประเทศไทยตลอดไปตราบนานเท่านาน


ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า