บทความพิเศษ “กองทัพเคียงคู่ประชาชน” ตอนที่ ๕๘ : “น้ำพระราชหฤทัย” พลังใจยิ่งใหญ่ สู่ความแข็งแกร่งของพสกนิกรชาวไทย

บทความพิเศษ  “กองทัพเคียงคู่ประชาชน”

ตอนที่ ๕๘ :  “น้ำพระราชหฤทัย” พลังใจยิ่งใหญ่ สู่ความแข็งแกร่งของพสกนิกรชาวไทย

"ด้วยความรัก และ ห่วงใย ขอเป็นกำลังใจในการร่วมกันฟื้นฟูและพัฒนา เพื่อขวัญที่ดี จิตใจ และร่างกายที่เข้มแข็ง นำมาซึ่งความสุข และมั่นคงของชาติ"

     ลายพระหัตถ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ  บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาประทานความห่วงใยแก่พสกนิกรชาวไทยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เมื่อห้วงปลายปี ๒๕๕๙  ต่อเนื่องต้นปี ๒๕๖๐  โดยเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๐ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีพร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเข้าเฝ้ากราบบังคมทูลวถวายรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมทรงมีพระราชกระแสรับสั่งด้วยความห่วงใยราษฎรผู้ประสบอุทกภัยโดยให้รัฐบาลน้อมนำหลักแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ มาใช้ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้น้อมรับแนวทางพระราชทานใส่เกล้าใส่กระหม่อมนำไปปฏิบัติทันที ในขณะที่ความทุกข์ร้อนของราษฎรผู้ประสบภัยช่วงเวลานั้น  ทุกคนต่างมีสภาพที่แวดล้อมไปด้วยสายน้ำเอ่อล้นท่วมจนบางพื้นที่ราษฎรทั้งหมู่บ้านต้องหนีภัยอาศัยพักบนหลังคาบ้านเรือนตนโดยขาดการติดต่อสื่อสารแม้กระทั่งการติดต่อกับเพื่อนบ้านในชุมชนเดียวกันทำให้แทบทุกคนต่างมีสภาพร่างกายอิดโรยหนาวสั่นหิวกระหาย และในเวลาไม่ถึง  ๒๔  ชั่วโมง วินาทีแรก... ในอุ้งสองมือที่เปียกชื้นของผู้ประสบอุทกภัย สิ่งแรกที่ได้สัมผัสนั่นคือ“ถุงพระราชทาน” พร้อมอาหารน้ำดื่ม จากพระเมตตา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงพระเมตตาประทานแก่ผู้ประสบภัย โดยมีเหล่าทหารหาญ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ซึ่งเพียรพยายามบุกฝ่าผืนน้ำอันเอ่อล้นเข้าไปมอบให้ทำให้บรรยากาศภาพแห่ง “รอยยิ้มทั้งน้ำตา” ได้ดาษดื่นไปทั่วพื้นที่ประสบภัย  ด้วยแววตาแห่งความปิติปลาบปลื้มใจและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ในความช่วยเหลือให้คลายทุกข์คลายความหิวกระหายและเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ในเวลานั้น  นอกจากนี้  ในความประทับใจการรวมพลัง “พี่น้องชาวไทย” ไหลสู่สายธารแห่งการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยยิ่งเป็นภาพแห่ง “พลังใจ” แก่นแท้ในรักและสามัคคีของปวงชนชาวไทยทุกคน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการลำเลียงให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยขั้นวิกฤติ ให้ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วทั้ง ผู้ป่วย  ผู้บาดเจ็บ ผู้พิการ  คนชรา  เด็กทารกนั้น  “เฮลิคอปเตอร์  เรือ  รถ” และที่สำคัญยิ่ง  “แผ่นหลังรั้วของชาติ” ของเหล่าทหารหาญซึ่งต่างประคองแบกอุ้มผู้เฒ่าผู้แก่ขึ้นหลังเทียมบ่าบุกฝ่าน้ำออกจากพื้นที่อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ได้สะท้อน “ความเป็นคนไทย” ให้ทั่วโลกประจักษ์และชื่นชมยอมรับในความเสียสละ เอื้อเฟื้อแบ่งปันเป็นพลังแห่งความรักและสามัคคีของหมู่ชนคนไทยทั้งชาติที่ทรงคุณค่าในความดีงามคู่ผืนแผ่นดินประเทศไทยนี้...


     รวมถึง  “แพทย์ทหาร” ทั้งชายและหญิงที่ต่างแบกเครื่องมืออุปกรณ์ยารักษาโรคที่จำเป็น   ขั้นพื้นฐานเดินฝ่าลุยน้ำเข้าไปยังพื้นที่ภายในเพื่อแจกจ่ายดูอาการผู้ที่ยังติดอยู่เพื่อรอการลำเลียงออกจากพื้นที่ประสบภัยนั้น  ย่อมแสดงให้เห็นถึงน้ำใจจาก “หัวใจอันบริสุทธิ์” ของพี่น้องคนไทยทุกคน  ซึ่งในขณะนั้นทุกคนต่างเปี่ยมล้นด้วย “พลังใจ” อันยิ่งใหญ่จาก “ข้อความลายพระหัตถ์” สมเด็จ  พระเจ้าอยู่หัว  อันเป็นพระมหากรุณาธิคุณฯ ที่ชาวไทยทุกคนต่างน้อมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมถึง การกระทำความดี เสียสละ เพื่อสังคมและประเทศชาติ และซาบซึ้งใน “น้ำพระราชหฤทัย” ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่หลั่งรดล้นทรวงปวงประชาราษฎร์ชาวไทยและได้แผ่ไพศาลเกิดเป็นลำธาร “น้ำใจ” น้อยใหญ่ของ “คนไทยทั้งชาติ” หล่อหลอมรวมกันเป็นพลังหลั่งไหลให้ความช่วยสู่ภาคใต้  อย่างต่อเนื่อง จนทั่วโลกต่างร่วมกันแซ่ซ้องสรรเสริญยิ่ง และต่างชื่นชมยอมรับ “น้ำใจคนไทย” ที่เหล่าพสกนิกรคนไทยทั่วหล้าต่างมี “พลังใจอันหาที่สุดมิได้” เป็นศูนย์รวมใจแห่งการมุ่งกระทำความดี เสียสละช่วยเหลือแบ่งปันเพื่อสังคมและประเทศชาติไทยในทุกๆ สถานการณ์อันนำมาซึ่ง “ความรักและความสามัคคี” ของ “คนไทยทั้งชาติ” ที่ประชาชนชาวไทยทุกคนยังยึดมั่นเป็นปึกแผ่นจนถึงทุกวันนี้


     และในโอกาสมหามงคลยิ่ง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา  ๖๖  พรรษา  ๒๘  กรกฎาคม  ๒๕๖๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พสกนิกรทุกหมู่เหล่าต่างน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ จึงร่วมกันทุกภาคส่วนจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเฉลิม       พระเกียรติและถวายพระพรใน “เดือนมหามงคลกรกฎาคม” นี้  ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมจิตอาสากระทำความดีสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ  กิจกรรมการพัฒนาศาสนสถานทุกศาสนาในพื้นที่  การปรับปรุงภูมิทัศน์ชุมชนให้สะอาดสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีเพื่อสุขภาพ พร้อมด้วยกิจกรรมอื่นๆ  อาทิเช่น เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดย โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์  ได้ร่วมกับทุกภาคส่วนจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว    มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ วัดรัตนานุภาพ อำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาส และเมื่อวันพุธที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๑ จังหวัดปัตตานี ร่วมกับทุกภาคส่วนพร้อมพสกนิกรพุทธศาสนิกชนชาวไทยได้ร่วมกันประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๖๖ พรรษา  ๒๘  กรกฎาคม  ๒๕๖๑  ณ วัดตานีนรสโมสร อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี

      สำหรับในพื้นที่ จังหวัดยะลา ได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา  ๖๖  พรรษา  ๒๘  กรกฎาคม  ๒๕๖๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร อย่างต่อเนื่องทั้งกิจกรรมจิตอาสามุ่งทำความดีโดยให้ประชาชนในแต่ละชุมชนร่วมกันพัฒนาชุมชนในกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสร้างสังคมให้น่าอยู่และสานสัมพันธ์ในรักและสามัคคีในชมชน อันเป็นการ  ทำความดีเพื่อสังคมและประเทศชาติอย่างต่อเนื่องมาตลอดในห้วง “เดือนมหามงคลกรกฎาคม” นี้ และในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา  ๖๖  พรรษา  ๒๘  กรกฎาคม  ๒๕๖๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  ซึ่งในปีนี้ ตรงกับห้วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาคือ วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา  ถือเป็นเดือนมหามงคลยิ่ง  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า นำโดยท่าน พลโท ปิยวัฒน์  นาควานิช  แม่ทัพภาคที่ ๔ และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ได้ร่วมกับทุกภาคส่วนพร้อมพุทธศาสนิกชนพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าจัดงานพิธีมหามงคล “ถวายเทียนพรรษา” ในวันอังคารที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๑  ณ วัดพุทธภูมิ พระอารามหลวง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา  โดยภายในงานมีพิธีขบวนแห่เทียนพรรษา นำโดย แม่ทัพ   ภาคที่ ๔  หัวหน้าส่วนราชการและทุกภาคส่วน พร้อมด้วยพุทธบริษัทร่วมกันเดินแห่ขบวนเทียนพรรษา ตามประเพณีที่สืบทอดมา ซึ่งเริ่มต้น ณ บริเวณหน้า วัดพุทธภูมิ  เดินแห่ไปตามเส้นทางถนนพิพิธภักดี จนถึง ศาลหลักเมืองยะลา โดยพิธีแห่เทียนพรรษานี้เป็นประเพณีที่จัดเป็นประจำทุกปีโดยมีพุทธศาสนิกชนทั้งในและนอกพื้นที่ต่างหลั่งไหลมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อันเป็นการแสดงพลังความรักความสามัคคีพร้อมน้อมใจสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ  ที่พี่น้องประชาชนชาวพุทธสามารถเข้าร่วมสร้างความดีเพื่อสรรสร้างสังคมและสืบสานประเพณีทางพระพุทธศาสนาที่คงอยู่ในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างยั่งยืนจวบจนปัจจุบันนี้   ดังนั้น  จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมพิธีแห่เทียนพรรษา ในวันอังคารที่ ๒๔ กรกฎาคม  ๒๕๖๑  ณ วัดพุทธภูมิ พระอารามหลวง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา อันเป็นการร่วมใจกันมุ่งกระทำความดีส่งเสริมพระพุทธศาสนาและยังเป็นการน้อมใจร่วมกันสดุดีพระเกียรติคุณ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมแสดงพลังความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ในพระเมตตาแก่ปวงประชาราษฎร์ชาวไทยทั่วหล้า โดยการนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า จักพร้อมทุ่มเทกายใจปกป้องรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนรวมเป็นหนึ่งเดียวร่วมกันดั่ง “กองทัพเคียงคู่ประชาชน” ที่จักอยู่เคียงคู่ชาวไทยทุกคนในสังคมและประเทศชาติ เพื่อดำรงรักษาสิ่งดีงามไว้ซึ่ง “ความรักและความสามัคคี” สร้างรอยยิ้มและความสุขร่วมกันเพื่อสร้างสรรสังคมและประเทศไทยให้อบอวลด้วยกลิ่นไอแห่งรักและ “สันติสุข” ที่พี่น้องประชาชนทุกคนร่วมกันสร้างให้คงอยู่ยั่งยืนสืบไป.


------------------------------------------------------

เผยแพร่โดย   ศูนย์ประชาสัมพันธ์  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า