กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงกรณีสื่อสังคมออนไลน์สร้างข่าวบิดเบือน การหายตัวไปของ นายมูสยูวัน เจาะอาแซ

57

       ตามที่มีข่าวในสื่อสังคมออนไลน์และมีการแชร์ไปอย่างแพร่หลาย เรื่องการหายตัวไปของนายมูสยูวัน เจาะอาแซ ชาว อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2563 ตามข่าวระบุว่าเขาถูกจับในด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก มาเลเซีย พอครอบครัวจะไปเยี่ยมถามเจ้าหน้าที่ก็ไม่ทราบว่าอยู่ไหน ถามคนที่บ้านจัดงานเลี้ยง นึกว่าคนนี้เสียชีวิตแล้ว พึ่งรู้เดือน 30/07/63 ว่าอยู่ที่นราธิวาสค่ายสิรินธร (เขาตันหยง) เจ้าหน้าที่ จับตัวนาน 7 เดือนแล้ว และลงท้ายด้วยคำว่าแก่นแท้ของสันติภาพ คือ ความยุติธรรม จากข่าวที่ปรากฏ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแจ้งให้ทราบว่า นายมูสยูวัน เจาะอาแซ ได้ลักลอบข้ามแดนไปยังประเทศมาเลเซีย โดยผิดกฎหมายเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 63 ที่ผ่านมา และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของประเทศมาเลเซียจับกุมได้ ต่อมาศาลประเทศมาเลเซียได้ตัดสินให้ นายมูสยูวัน เจาะอาแซ มีความผิด และควบคุมตัวรับโทษตามกฎหมายของประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่เดือน ก.พ. 63 ถึง ก.ค. 63 เมื่อครบกำหนดรับโทษ 6 เดือน จึงได้ผลักดันผู้ต้องหากลับประเทศ เมื่อเดินทางมาถึงด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ซึ่งต้องทำการตรวจคนเข้าเมืองทุกคน พบว่า นายมูสยูวัน เจาะอาแซ เป็นผู้ต้องหามีหมาย ป.วิอาญา จำนวน 4 หมาย เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าจับกุมและดำเนินกรรมวิธีซักถามตามขั้นตอนต่อไป โดยได้นำตัวไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 ต่อมา นายมูสยูวัน เจาะอาแซ ได้ให้การยอมรับว่าเป็นผู้ร่วมก่อเหตุรุนแรงในหลายเหตุการณ์ที่สำคัญล่าสุด คือ ร่วมกันก่อเหตุโจมตีชุดคุ้มครองตำบลร่มไทร อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 63

        ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติภายใต้หลักพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน โดยบังคับใช้กฎหมายเท่าที่จำเป็น ดำเนินการจากเบาไปหาหนัก และอยู่ภายใต้การรับรู้และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมไปถึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแสผู้ต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 โทร 061-173-2999 หรือสายด่วน 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า